พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
อัปปสาทสูตร
[๑๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความไม่เลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุพยายามเพื่อความเสื่อมลาภแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ พยายามเพื่อความฉิบหายแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ด่าบริภาษคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ยุยงคฤหัสถ์ทั้งหลายให้แตกจากคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ ติเตียนพระธรรม ๑ ติเตียนพระสงฆ์ ๑ และเทวดาย่อมเห็นภิกษุนั้นโดยประการนั้น ๑ ๑- ดูกรภิกษุทั้งหลาย
@๑. นี้แปลตามรูปบาลีที่ปรากฏในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๓ หน้า ๓๕๗ ว่า ตโต จ เทวา นํ
@ปสฺสนติ "ตโต จ เทวา" ในอรรถถามโนรถปูรณี ตติยภาคหน้า ๓๒๑ ปรากฏเป็น "อโคจเร"
@และยกเป็นบทตั้งแก้ความว่า "ในอโคจร ๕ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงชวนให้เข้าใจว่า ฉบับบาลีที่
@ลอกอักษรขอมมาเป็นอักษรไทยว่า" ตโต จ เทวา น่าจะพลาดคงจะเป็น อโคจเร จ ตาม
@อรรถกถาแน่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ความตรงนี้จะต้องเป็นว่า อุบาสกทั้งหลายย่อมเห็นภิกษุนั้นใน
@ที่อโคจรทีเดียว
อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความไม่เลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๙
ปสาทสูตร
[๑๙๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความเลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุไม่พยายามเพื่อความเสื่อมลาภแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ไม่พยายามเพื่อความฉิบหายแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ไม่ด่าไม่บริภาษคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ไม่ยุยงคฤหัสถ์ทั้งหลายให้แตกจากคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ สรรเสริญพระพุทธเจ้า ๑ สรรเสริญพระธรรม ๑ สรรเสริญพระสงฆ์ ๑ และเพราะเหตุนี้ เทวดาทั้งหลายย่อมสรรเสริญอุบาสกนั้น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความเลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๑๐