พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘
ปริวาร

???


ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร
กัตถปัญญัติวารที่ ๑
ปาราชิกกัณฑ์

      [๕๑๑] พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ณ ที่ไหน? ทรงปรารภใคร? เพราะเรื่องอะไร? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติหรือ? บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๔ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น จัดเข้าในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน? มาสู่อุเทศ โดยอุเทศที่เท่าไร? บรรดาวิบัติ ๔ จัดเป็นวิบัติอย่างไหน? บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน? บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร? บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์ไหน? บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์ ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์ อะไรเป็นวิบัติ? อะไรเป็นสมบัติ? อะไรเป็นข้อปฏิบัติ? พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร? พวกไหนศึกษา? พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว? ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น ตั้งอยู่ในใคร? พวกไหนย่อมทรงไว้? เป็นถ้อยคำของใคร? ใครนำมา?

ปาราชิกกัณฑ์
คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

      [๕๑๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีสุนทรีนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีสุนทรีนันทา มีความกำหนัด ยินดีในการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด.
      ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ หรือ?
      ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มีในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น.
      ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?
      ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.
      ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?
      ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.
      ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?
      ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.
      บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๔ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น จัดเข้าในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน?
      ต. จัดเข้าในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.
      ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?
      ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๒.
      ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?
      ต. เป็นศีลวิบัติ.
      ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?
      ต. เป็นกองอาบัติปาราชิก.
      ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร?
      ต. เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กาย กับจิต มิใช่วาจา.
      ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?
      ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.
      ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
      ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ คือสัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑.
      ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นวินัย? อะไรเป็นอภิวินัย?
      ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย.
      ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์?
      ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์.
      ถ. อะไรเป็นวิบัติ?
      ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ.
      ถ. อะไรเป็นสมบัติ?
      ต. ความสังวรเป็นสมบัติ.
      ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ?
      ต. ข้อที่ภิกษุณีสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ.
      ถ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร?
      ต. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มภิกษุณีผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุณี ผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจะบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์ พระวินัย ๑.
      ถ. พวกไหนศึกษา?
      ต. ภิกษุณีเป็นเสกขะและเป็นกัลยาณปุถุชนศึกษา.
      ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?
      ต. ภิกษุณีผู้อรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว.
      ถ. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น ตั้งอยู่ในใคร?
      ต. ตั้งอยู่ในภิกษุณีผู้ใคร่ต่อการศึกษา.
      ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้?
      ต. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ ย่อมเป็นไปแก่ภิกษุณีเหล่าใด ภิกษุณีเหล่านั้นย่อมทรงไว้.
      ถ. เป็นถ้อยคำของใคร?
      ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.
      ถ. ใครนำมา?
      ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.

รายนามพระเถระผู้ทรงพระวินัย

      พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ รวมเป็นห้าทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพูมีสิริ. แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ... พระเถระผู้ประเสริฐ ผู้มีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ในเกาะตามพปัณณิ.

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๖

      [๕๑๓] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๖ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทารู้อยู่ว่า ภิกษุณีต้องปาราชิกธรรม ไม่โจทด้วยตนเองไม่บอกแก่คณะ.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือเกิดแต่กาย วาจา และจิต.

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๗

      [๕๑๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๗ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทา ประพฤติตามพระอริฏฐะ ผู้เคยเป็นคนฆ่าแร้ง ถูกสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันยกวัตร.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๘

      [๕๑๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๘ แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีฉัพพัคคีย์.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ทำวัตถุที่ ๘ ให้บริบูรณ์.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

ปาราชิก ๘ สิกขาบท จบ

---------------------------------

หัวข้อประจำกัณฑ์

      [๕๑๖] พระมหาวีระทรงบัญญัติปาราชิกอันเป็นวัตถุแห่งการขาดอย่างไม่ต้องสงสัย คือเมถุน ๑ อทินนาทาน ๑ มนุสสวิคคหะ ๑ อุตตริมนุสสธรรม ๑ กายสังสัคคะ ๑ ปกปิด ๑ สงฆ์ยกวัตร ๑ วัตถุที่แปด ๑ ฯ

-----------------------------------------


 

อรรถกถาชาดกพระเจ้า 547 พระชาติ

อานิสงส์การทำบุญ
หนังสือธรรม
  1. วันสำคัญทางพุทธศาสนา
  2. กิจกรรมงานบุญ

เชิญร่วมบุญ