
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๓๓. ความยินดีของบุคคลผู้อยู่ครองเรือนนี้แหละ เป็นเชือกเครื่องเหนี่ยวรั้งไว้ ธีรชนตัดเชือกนี้แล้ว หาความอาลัยไยดีมิได้ ละทิ้งกามสุขแล้วออกบวช (๔๒/๓๓๒ สุสีมชาดก) |
|
๓๔. ความทุกข์เพราะถูกเสียบหลาวนี้ก็ดี ความทุกข์ที่ถูกกาจิกเราก็ดี ก็ไม่เป็นความทุกข์ของเรา ความทุกข์ที่ว่าภรรยาของเราจะไม่ได้นุ่งห่มผ้าย้อมดอกคำเที่ยวเล่นมหรสพในเดือน ๑๒ นี้เป็นทุกข์ของเรา (๔๒/๖๑ บุปผรัตชาดก) |
|
๓๕. ไฟนี้ก็ไม่เผาเราให้เร่าร้อน แม้หลาวที่นายพรานแหเสี้ยมเป็นอย่างดีแล้ว ก็ไม่ยังความทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่เรา แต่การที่นางปลาเข้าใจว่า เราไปหานางปลาตัวอื่นด้วยความยินดี อันนี้แหละจะเผาเราให้เร่าร้อน (๔๒/๑๐๔-๑๐๕ มัจฉชาดก) |
|
๓๖. ช่างทำรองเท้าหนังเลี้ยงชีพ เมื่อประกอบรองเท้าส่วนใด ควรเว้นก็เว้น เลือกเอาแค่ส่วนที่ดีๆ มาทำรองเท้าขายได้ราคาแล้ว ย่อมมีความสุข เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน พิจารณาด้วยปัญญาแล้ว ละทิ้งส่วนแห่งกามเสีย ย่อมถึงความสุข ถ้าพึงปรารถนาความสุขทั้งปวง ก็พึงละกามทั้งปวงเสีย (๔ภ/๔๗๗ กามชาดก) |
|
๓๗. ชนเหล่าใดจะข้ามห้วงน้ำคือสงสารและสระ คือ ตัณหา ชนเหล่านั้นกระทำสะพาน คือ อริยมรรค ไม่แตะต้องเปือกตม คือ กามทั้งหลาย จึงข้ามสถานที่ลุ่มอันเต็มด้วยน้ำได้ (๓๘/๒๘๐ ปาฏลิคนิยสูตร) |
|
๓๘. พระอรหันต์ทั้งหลายอยู่ในสถานที่ใด เป็นบ้านหรือป่าก็ตาม ที่ดอนหรือที่ลุ่มก็ตาม สถานที่นั้น เป็นภูมิสถานที่น่ารื่นรมย์ คนผู้แสวงหากามย่อมไม่ยินดีในป่าอันน่ารื่นรมย์เช่นใด ท่านผู้ปราศจากความกำหนัดจักยินดีในป่าอันน่ารื่นรมย์เช่นนั้น เพราะท่านเหล่านั้นไม่เป็นผู้แสวงหากาม (๔๑/๕๘๗ สารีปุตตเถรคาถา) |
|
๓๙. เรารู้เวลาตายไม่ได้โดยแท้ เวลาตายยังปกปิดอยู่ หาปรากฏไม่ เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บริโภคกามแล้วเที่ยวภิกษา เวลากระทำสมณธรรมอย่าล่วงเลยเราไปเสีย (๔๒/๗๔ สมิทธิชาดก) |
|
๔๐. บุรุษถูกแทงด้วยหอก หรือถูกไฟไหม้ที่กระหม่อมแล้วรีบรักษา ฉันใด ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติเว้นรอบ เพื่อละความกำหนัดยินดีในกาม ฉันนั้น (๔๑/๓๗๕ ติสสเถรคาถา) |

