
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑. กามทั้งหลายมีความพอใจน้อย ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากามไม่มี ชนเหล่าใดส้องเสพกามทั้งหลาย ชนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก เหมือนดาบที่ลับคมดีแล้วเชือด เหมือนกระบี่ที่ขัดดีแล้วแทง เหมือนหอกที่พุ่งปักอก (เจ็บปานใด) กามทั้งหลายเป็นทุกข์ยิ่งกว่านั้น หลุมถ่านเพลิงลุกโพลงแล้ว ลึกกว่าชั่วบุรุษ ผาลที่เผาร้อนอยู่ตลอดวัน (ร้อนปานใด) กามทั้งหลายเป็นทุกข์ยิ่งกว่านั้น เหมือนยาพิษชนิดร้ายแรง น้ำมันที่เดือดพล่าน ทองแดงที่กำลังละลายคว้าง (ร้อนปานใด) กามทั้งหลายเป็นทุกข์ยิ่งกว่านั้น (๔๓/๔๕๕ ปานียชาดก) |
|
๒. กามทั้งหลายเป็นศัตรู เป็นผู้ฆ่า เป็นข้าศึก เป็นดุจลูกศร เป็นเครื่องจองจำ เป็นดุจเพชฌฆาต อุปมาด้วยกองไฟ เป็นทุกข์ กามนี้เป็นของไม่บริสุทธิ์ มีภัย เป็นไปกับด้วยความคับแค้น เป็นเสี้ยนหนาม เป็นเหตุให้กำหนัด ไม่เรียบร้อย มีกังวลมาก เป็นทางแห่งความลุ่มหลงใหญ่ เป็นเหตุให้ขัดข้อง และเป็นของน่ากลัวพิลึก เปรียบด้วยหัวงูเห่า ปุถุชนผู้โง่เขลามืดมนเหล่าใด ย่อมเพลิดเพลินต่อกามเหล่านั้น ปุถุชนเหล่านั้นเป็นอันมาก ข้องอยู่แล้วด้วยเครื่องข้องคือกาม ก็ไม่รู้สึกในโลก ย่อมไม่รู้จักความสิ้นสุดแห่งความเกิดและความตาย มนุษย์เป็นอันมากพากันดำเนินไปตามทางเป็นที่ไปสู่ทุคติ นำโรคมาให้แก่ตน ล้วนแต่มีกามเป็นเหตุ กามทั้งหลายเป็นเหตุให้เกิดข้าศึกศัตรู เดือดร้อน นำมาซึ่งความเศร้าหมอง เป็นเหยื่อในโลก เป็นเครื่องจองจำ เกี่ยวเนื่องด้วยความตาย กามทั้งหลายเป็นเหตุให้บ้า ให้บ่นเพ้อ ให้จิตมัวเมา เป็นของอันมารดักไว้ เพื่อความพินาศของหมู่สัตว์เร็วพลัน กามทั้งหลายมีโทษหาที่สุดไม่ได้ มีทุกข์มาก มีพิษมาก มีความพอใจน้อย เป็นบ่อเกิดแห่งการรบราฆ่าฟันกัน เป็นเหตุให้ธรรมฝ่ายขาวเหือดแห้งไป (๔๑/๗๒๗-๗๒๙ สุภากัมมารธีตาเถรีคาถา) |
|
๓. กามทั้งหลายเปรียบด้วยดาบและหลาว เหมือนหัวงูเห่า เปรียบดังคบเพลิงเผาอยู่เนืองๆ เหมือนร่างกระดูก กามทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก เหมือนงูที่มีพิษมาก เหมือนก้อนเหล็กอันไฟติดทั่ว เป็นรากเง่าแห่งทุกข์ มีทุกข์เป็นผล กามทั้งหลายเปรียบเหมือนผลไม้อันเป็นพิษ เหมือนชิ้นเนื้อ นำมาซึ่งทุกข์ กามทั้งหลายเปรียบเหมือนความฝัน เป็นของหลอกลวง เหมือนของที่ยืมเขามา เปรียบด้วยหอกและหลาว เป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นความทุกข์ยาก เป็นความลำบาก เช่นดังหลุมถ่านเพลิง เป็นรากเง่าแห่งความทุกข์ เป็นภัย เป็นนายเพชฌฆาต กามทั้งหลาย บัณฑิตกล่าวว่ามีทุกข์มาก มีอันตรายมากอย่างนี้ (๔๑/๗๕๕-๗๕๖ สุเมธาเถรีคาถา) |
|
๔. กามทั้งหลายเป็นของไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น มีหนามเป็นอันมาก กามทั้งหลายเปรียบดังหอกและหลาว เป็นของครอบงำขันธ์ทั้งหลายไว้ (๔๑/๗๐๒-๗๐๓ อุบลวัณณาเถรีคาถา) |
|
๕. กามทั้งหลายในหมู่มนุษย์ ที่เป็นของเที่ยงย่อมไม่มี บุรุษผู้เกี่ยวข้องแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ทั้งหลาย อันมีอยู่ในหมู่มนุษย์นี้ ไม่มาถึงนิพพานเป็นที่ไม่กลับมาแต่วัฏฏะ เป็นที่ตั้งแห่งมัจจุ เบญจขันธ์เกิดแต่ฉันทะ ทุกข์ก็เกิดแต่ฉันทะ เพราะกำจัดฉันทะเสีย จึงกำจัดเบญจขันธ์ได้ เพราะกำจัดเบญจขันธ์ได้ จึงกำจัดทุกข์ได้ อารมณ์อันงามทั้งหลายในโลกไม่เป็นกาม ความกำหนัดที่พร้อมไปด้วยความดำริเป็นกามของบุรุษ อารมณ์อันงามทั้งหลายย่อมตั้งอยู่ในโลกอย่างนั้นนั่นแหละ บุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลาย ย่อมกำจัดฉันทะในอารมณ์ทั้งหลายนั้นโดยแท้ บุคคลพึงละความโกรธเสีย พึงทิ้งมานะเสีย พึงล่วงสังโยชน์ทั้งปวงเสีย ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกถึงบุคคลนั้น ผู้ไม่เกี่ยวข้องในนามรูป ผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องกังวล (๒๓/๔๑-๔๒ นสันติสูตร) |
|
๖. กามทั้งหลายเป็นดังเปือกตม เป็นเครื่องให้จมลง และเป็นเครื่องนำไปซึ่งน้ำใจสัตว์ ข้ามยาก เป็นที่ตั้งแห่งมฤตยู สัตว์ทั้งหลายผู้ข้องอยู่ในกามอันเป็นดังเปือกตม เป็นเครื่องให้จมลงนี้ เป็นสัตว์มีจิตเลวทราม ย่อมข้ามถึงฝั่งไม่ได้ (๔๓/๖๗๘ หัตถิปาลชาดก) |
|
๗. กามเป็นทุกข์ กามไม่เป็นสุขเลย ผู้ใดใคร่กาม ผู้นั้นชื่อว่าใคร่ทุกข์ ผู้ใดไม่ใคร่กาม ผู้นั้นชื่อว่าไม่ใคร่ทุกข์ (๔๑/๓๙๖ เอรกเถรคาถา) |
|
๘. กามทั้งหลายล้วนเป็นทุกข์ มีผลเผ็ดร้อน เป็นภัยใหญ่หลวง เราจักมีใจมุ่งนิพพานเท่านั้น (๔๑/๖๑๓ ตาลปุฏเถรคาถา) |

