
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๙. กามทั้งหลายเหมือนสวะ กามทั้งหลายเหมือนหล่ม อนึ่ง กามนี้นักปราชญ์กล่าวว่าเป็นภัยใหญ่หลวง มั่นคง ไม่หวั่นไหว กามเป็นธุลีและเป็นควัน จงละกามออกบวชเสียเถิด (๔๒/๒๖๘ ทรีมุขชาดก) |
|
๑๐. กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง (๑๗/๑๙๙ จูฬทุกขักขันธสูตร) |
|
๑๑. กามสุขในโลกและทิพยสุข ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ (ที่จำแนกออก ๑๖ หน) แห่งสุข คือ ความสิ้นตัณหา (๓๘/๑๑๖ ราชสูตร) |
|
๑๒. ภัย ทุกข์ โรค หัวฝี ลูกศร ความข้อง เปือกตม และการอยู่ในครรภ์ นี้เรียกว่ากาม เป็นที่ปุถุชนข้องอยู่แล้ว อันกามสุขครอบงำแล้ว ย่อมไปเพื่อเกิดในครรภ์อีก ก็เพราะภิกษุมีความเพียร ยินดีด้วยสัมปชัญญะ ภิกษุเห็นปานนี้นั้น ก้าวล่วงทางหมุนเวียนที่ข้ามได้ยากนี้ได้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นหมู่สัตว์ผู้เข้าถึงชาติและชรา ดิ้นรนอยู่ (๓๕/๓๖๔ ภยสูตร) |
|
๑๓. เราเรียก ภัย ทุกข์ โรค และสิ่งทั้ง ๒ คือ เครื่องขัดข้อง เปือกตม ว่าเป็นกาม เป็นที่ข้องของปุถุชน เพราะเห็นภัยในการยึดถือซึ่งเป็นแดนเกิดของชาติและมรณะ ชนทั้งหลาย จึงหลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น ดำเนินไปในนิพพาน อันเป็นที่สิ้นชาติและมรณะ ชนเหล่านั้น ถึงแดนเกษม มีสุข ดับสนิทในปัจจุบัน ผ่านพ้นเวรและภัย ล่วงทุกข์ทั้งปวง (๓๔/๔๖๔-๔๖๕ ภยสูตร) |
|
๑๔. ก็กามทั้งหลายงามวิจิตร มีรสอร่อย เป็นที่รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตด้วยรูปแปลกๆ บุคคลเห็นโทษในกามคุณทั้งหลายแล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด (๓๙/๔๕๙ ขัคควิสาณสูตร) |
|
๑๕. ดูกรกาม เราเห็นรากฐานของท่านแล้วว่า ท่านย่อมเกิดเพราะความดำริ เราจักไม่ดำริถึงท่าน ท่านจักไม่มีอย่างนี้ (๔๖/๓ กามสุตตนิเทส) |
|
๑๖. ดูกรกาม เราได้เห็นมูลรากของเจ้าแล้ว เจ้าเกิดจากความดำริ เราจักไม่ดำริถึงเจ้าอีกละ เจ้าจักไม่เกิดด้วยอาการอย่างนี้ กามแม้น้อยก็ไม่พอแก่มหาชน มหาชนย่อมไม่อิ่มด้วยกามแม้มาก น่าสลดใจที่พวกคนพาลพากันบ่นว่า รูป เสียงเหล่านี้จงมีแก่เรา กุลบุตรผู้ประกอบความเพียร พึงเว้นให้ขาดเถิด (๔๒/๓๕๑-๓๕๒ คังคมาลชาดก) |

