พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘
ปริวาร

???


มุสาวาทวรรคที่ ๗
มุสาวาท

      [๑๑๙๓] อุ. มุสาวาท มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
      พ. ดูกรอุบาลี มุสาวาทนี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาราชิก
            ๒. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติสังฆาทิเสส
            ๓. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติถุลลัจจัย
            ๔. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาจิตตีย์
            ๕. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติทุกกฏ
      ดูกรอุบาลี มุสาวาท ๕ อย่าง นี้แล.

งดอุโบสถหรือปวารณา

      [๑๑๙๔] อุ. พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา?
      ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ งดอุโบสถหรือปวารณา ในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา. องค์ ๕ อะไร
บ้าง? คือ:-
            ๑. เป็นอลัชชี
            ๒. เป็นพาล
            ๓. มิใช่ปกตัตตะ
            ๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
            ๕. หาใช่เป็นผู้กล่าวประสงค์ให้ออกจากอาบัติไม่.
      ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถ หรือปวารณา.
      ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. เป็นผู้มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์
            ๒. เป็นผู้มีความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์
            ๓. เป็นผู้มีอาชีวะไม่บริสุทธิ์
            ๔. เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาด
            ๕. เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ
      ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถ หรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้แล้วทำอุโบสถ หรือปวารณา.

องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม

      [๑๑๙๕] อุ. สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
      พ. ดูกรอุบาลี สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. ไม่รู้อาบัติและอนาบัติ
            ๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
            ๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้.
            ๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
            ๕. ไม่รู้อาบัติที่ทำคืนได้และอาบัติที่ทำคืนไม่ได้
      ดูกรอุบาลี สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล.

องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม

      ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. รู้อาบัติและอนาบัติ
            ๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
            ๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
            ๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
            ๕. รู้อาบัติที่ทำคืนได้และอาบัติที่ทำคืนไม่ได้
      ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล.

ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕

      [๑๑๙๖] อุ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
      พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕. อาการ ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. ด้วยไม่ละอาย
            ๒. ด้วยไม่รู้
            ๓. ด้วยสงสัยแล้วขืนทำ
            ๔. ด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร
            ๕. ด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร
      ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล.
      ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการแม้อื่นอีก ๕. อาการ ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. ด้วยไม่ได้เห็น
            ๒. ด้วยไม่ได้ฟัง
            ๓. ด้วยหลับ
            ๔. ด้วยเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น
            ๕. ด้วยลืมสติ
      ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล.

เวร ๕

      [๑๑๙๗] อุ. เวรมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
      พ. ดูกรอุบาลี เวรนี้มี ๕ เวร ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. ฆ่าสัตว์มีชีวิต
            ๒. ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้
            ๓. ประพฤติผิดในกาม
            ๔. พูดเท็จ
            ๕. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เพราะดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย
      ดูกรอุบาลี เวร ๕ นี้แล.

เจตนางดเว้น ๕

      [๑๑๙๘] อุ. เจตนางดเว้น มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
      พ. ดูกรอุบาลี เจตนางดเว้นนี้ มี ๕. เจตนางดเว้น ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
      ๑. เจตนางดเว้น จากฆ่าสัตว์มีชีวิต
      ๒. เจตนางดเว้น จากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้
      ๓. เจตนางดเว้น จากการประพฤติผิดในกาม
      ๔. เจตนางดเว้น จากพูดเท็จ
      ๕. เจตนางดเว้น จากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เพราะดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย
      ดูกรอุบาลี เจตนางดเว้น ๕ นี้แล.

ความเสื่อม ๕

      [๑๑๙๙] อุ. ความเสื่อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า?
      พ. ดูกรอุบาลี ความเสื่อมนี้ มี ๕. ความเสื่อม ๕ อะไรบ้าง? คือ:-
            ๑. ความเสื่อมจากญาติ
            ๒. ความเสื่อมจากโภคทรัพย์
            ๓. ความเสื่อมคือมีโรค
            ๔. ความเสื่อมจากศีล
            ๕. ความเสื่อมคือเห็นผิด
      ดูกรอุบาลี ความเสื่อม ๕ นี้แล.

ความถึงพร้อม ๕

      [๑๒๐๐] อุ. ความถึงพร้อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า
      พ. ดูกรอุบาลี ความถึงพร้อมนี้ มี ๕ อะไรบ้าง คือ:-
            ๑. ความถึงพร้อมด้วยญาติ
            ๒. ความถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์.
            ๓. ความถึงพร้อมด้วยความไม่มีโรค
            ๔. ความถึงพร้อมด้วยศีล
            ๕. ความถึงพร้อมด้วยเห็นชอบ
      ดูกรอุบาลี ความถึงพร้อมมี ๕ นี้แล.

มุสาวาทวรรคที่ ๗ จบ

-----------------------------

หัวข้อประจำวรรค

      [๑๒๐๑] มุสาวาท ๑ ย่ำยี ๑ ย่ำยีอีกนัยหนึ่ง ๑ ซักถาม ๑ อาบัติ ๑ อาบัติอีกนัยหนึ่ง ๑ เวร ๑ เจตนางดเว้น ๑ ความเสื่อม ๑ ความถึงพร้อม ๑ รวมเป็นวรรคที่ ๗ฯ

หัวข้อประจำวรรค จบ
-------------------------


 

เชิญร่วมบุญ