พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘
ปริวาร

???


สังฆาทิเสสกัณฑ์
คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบท

      [๕๑๗] พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุณีผู้กล่าวให้ร้าย ก่อคดี ณ ที่ไหน? ทรงปรารภใคร? เพราะเรื่องอะไร? ... ใครนำมา?

สังฆาทิเสสสิกขาบท ที่ ๑

      [๕๑๘] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์
นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสสิกขาบท ที่ ๑ แก่ภิกษุณีผู้กล่าวให้ร้าย ก่อคดี ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทากล่าวให้ร้ายอยู่.
      ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ หรือ?
      ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มีในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น.
      ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?
      ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.
      ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?
      ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.
      ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?
      ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.
      ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๔ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น จัดเข้าในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน?
      ต. จัดเข้าในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.
      ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?
      ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๓.
      ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?
      ต. เป็นศีลวิบัติ.
      ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?
      ต. เป็นกองอาบัติสังฆาทิเสส.
      ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร?
      ต. เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ...
      ถ. ใครนำมา?
      ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา ...

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒

      [๕๑๙] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุณีผู้รับหญิงโจรให้บวช ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทารับหญิงโจรให้บวช.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต.

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓

      [๕๒๐] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีผู้ไปสู่ละแวกบ้านแต่ผู้เดียว ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีรูปหนึ่ง.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีรูปหนึ่งไปสู่ละแวกบ้านแต่ผู้เดียว.
      มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๓ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท).

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๔

      [๕๒๑] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีผู้ไม่บอกกล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ รับภิกษุณีผู้ซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจากหมู่แล้ว ตามธรรม ตามวินัย ตามสัตถุศาสน์ ให้เข้าหมู่ ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทาไม่บอกกล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ รับภิกษุณีผู้ซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจากหมู่แล้วตามธรรม ตามวินัย ตามสัตถุศาสน์ ให้เข้าหมู่.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕

      [๕๒๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีผู้พอใจรับของเคี้ยวก็ตาม ของฉันก็ตาม จากมือของบุรุษบุคคลผู้พอใจ ด้วยมือของตนแล้วฉัน ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีสุนทรีนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีสุนทรีนันทาพอใจรับอามิสจากมือของบุรุษบุคคลผู้พอใจ.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท) ฯ

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖

      [๕๒๓] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีผู้กล่าวว่า แม่เจ้า บุรุษบุคคลนั้นมีความพอใจก็ตาม ไม่มีความพอใจก็ตาม จักทำอะไรแก่แม่เจ้าได้ เพราะแม่เจ้าไม่มีความพอใจ นิมนต์เถิดเจ้าข้า บุรุษบุคคลนั้นจะถวายสิ่งใด เป็นของเคี้ยว หรือของฉันก็ตาม แก่แม่เจ้า ขอแม่เจ้าจงรับประเคนของสิ่งนั้น ด้วยมือของตน แล้วเคี้ยว หรือฉันเถิด ดังนี้ แล้วส่งไป ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีรูปหนึ่ง.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุรูปหนึ่ง กล่าวว่า แม่เจ้า บุรุษบุคคลนั้นมีความพอใจก็ตาม ไม่มีความพอใจก็ตาม จักทำอะไรแก่แม่เจ้าได้ เพราะแม่เจ้าไม่มีความพอใจ นิมนต์เถิด เจ้าข้า บุรุษบุคคลนั้นจะถวายสิ่งใด เป็นของเคี้ยว หรือของฉันก็ตาม แก่แม่เจ้า ขอแม่เจ้าจงรับประเคนของสิ่งนั้น ด้วยมือของตน แล้วเคี้ยว หรือฉันเถิด ดังนี้ แล้วส่งไป.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗

      [๕๒๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีผู้โกรธ ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีจัณฑกาลี.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุจัณฑกาลีโกรธขัดใจ ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าขอบอกคืนพระพุทธเจ้า ขอบอกคืนพระธรรม ขอบอกคืนพระสงฆ์ ขอบอกคืนสิกขา.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘

      [๕๒๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุผู้ถูกตัดสินให้แพ้ในอธิกรณ์เรื่องหนึ่ง โกรธ ไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีจัณฑกาลี.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีจัณฑกาลีถูกตัดสินให้แพ้ในอธิกรณ์เรื่องหนึ่งแล้ว โกรธ ขัดใจ ได้กล่าวอย่างนี้ว่า พวกภิกษุณีถึงความพอใจ ถึงความขัดเคือง ถึงความหลง และถึงความกลัว.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙

      [๕๒๖] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีทั้งหลายผู้คลุกคลี ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูปคลุกคลีกันอยู่.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐

      [๕๒๗] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุณีผู้ส่งไปด้วยสั่งว่า แม่เจ้าทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงอยู่คลุกคลีกันเถิด อย่าอยู่ต่างหากกันเลย ไม่สละวัตถุ เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน?
      ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
      ถ. ทรงปรารภใคร?
      ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา.
      ถ. เพราะเรื่องอะไร?
      ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทาส่งไปด้วยสั่งว่า แม่เจ้าทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงอยู่คลุกคลีกันเถิด อย่าอยู่ต่างหากกันเลย.
      มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

สังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบท จบ

-----------------------------------------

หัวข้อประจำกัณฑ์

      [๕๒๘] กล่าวให้ร้าย ๑ รับนางโจรให้บวช ๑ ละแวกบ้าน ๑ ถูกสงฆ์ยกวัตร ๑ ของเคี้ยว ๑ ทำอะไรแก่แม่เจ้าได้ ๑ โกรธ ๑ อธิกรณ์เรื่องอื่น ๑ คลุกคลี ๑ ส่งไป ๑ สังฆาทิเสสเหล่านั้นรวมเป็น ๑๐ สิกขาบท.

---------------------------------------


 

 

เชิญร่วมบุญ