
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑๕. ผู้ใดทราบส่วนสุดทั้ง ๒ ด้วยปัญญาแล้ว ไม่ติดอยู่ในส่วนท่ามกลาง เรากล่าวผู้นั้นว่า เป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นก้าวล่วงเครื่องร้อยรัดในโลกนี้ได้แล้ว ดังนี้ ผัสสะเป็นส่วนสุดที่ ๑ เหตุเกิดผัสสะเป็นส่วนสุดที่ ๒ ความดับผัสสะเป็นส่วนท่ามกลาง ตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด เพราะว่าตัณหาย่อมร้อยรัดผัสสะ เหตุเกิดผัสสะและความดับผัสสะนั้นไว้ เพราะเป็นที่เกิดขึ้นแห่งภพนั้นๆ (๓๔/๕๙๓-๕๙๔ ปรายนสูตร) |
|
๑๖. เหล่าชนที่จะข้ามสระคือตัณหา อันเวิ้งว้าง ต้องสร้างสะพาน คือ (อริยมรรค) พ้นเปือกตม ก็และขณะที่ชนกำลังผูกทุ่นอยู่ หมู่ชนผู้มีปัญญาข้ามได้แล้ว (๑๕/๑๓๒ มหาปรินิพพานสูตร) |
|
๑๗. กาลย่อมกินสัตว์ทั้งปวงกับทั้งตัวเองด้วย ก็ผู้ใดกินกาล ผู้นั้นเผาตัณหาที่เผาสัตว์ได้แล้ว (๔๒/๑๒๔ มูลปริยายชาดก) |
|
๑๘. คนย่อมฆ่าเสือเหลืองเพราะหนัง ย่อมฆ่าช้างเพราะงา ย่อมฆ่าคนมั่งคั่งเพราะทรัพย์ ใครเล่าจักฆ่าคนที่ไม่มีเรือน ไม่มีสันถวะ คือ ตัณหา (๔๔/๒๕๔ มหาชนกชาดก) |
หมวดถัดไป ๔.๗ หมวดลาภสักการะ
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

