
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๙. บุคคลปรารภความสุขอันแน่นอน พึงเว้นบาปมิตรแล้ว พึงคบหากัลยาณมิตรและพึงตั้งอยู่ในโอวาทของกัลยาณมิตรนั้น เต่าตาบอดเกาะขอนไม้เล็กๆ จมอยู่ในห้วงน้ำใหญ่ ฉันใด กุลบุตรอาศัยคนเกียจคร้านเป็นอยู่ ย่อมจมลงในสังสารวัฏ ฉันนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลพึงเว้นคนเกียจคร้านมีความเพียรเลวทราม ควรอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายผู้สงัด เป็นอริยะ มีใจเด็ดเดี่ยว เพ่งฌาน ปรารภความเพียรเป็นนิตย์ (๔๑/๔๔๒ วิมลเถรคาถา) |
|
๑๐. กุลบุตรพึงเว้นสหายผู้ลามก ไม่พึงเสพด้วยตนเองซึ่งสหายผู้ชี้บอกความฉิบหาย มิใช่ประโยชน์ ผู้ตั้งอยู่ในกรรมอันไม่เสมอ ผู้ข้องอยู่ ผู้ประมาท (๓๙/๔๖๐-๔๖๑ ขัคควิสาณสูตร) |
|
๑๑. บุคคลไม่พึงคุ้นเคยในคนทำบาป คนมักพูดเหลาะแหละ คนมีปัญญาคิดแต่ประโยชน์ตน และคนทำเป็นสงบแต่ภายนอก มีบุรุษพวกหนึ่ง มีปรกติเหมือนโคกระหายน้ำ ทำทีเหมือนจะกล้ำกลืนมิตรด้วยวาจา แต่ไม่ใช่ด้วยการงาน ไม่ควรคุ้นเคยในคนเช่นนั้น บุรุษพวกหนึ่ง เป็นคนชูมือเปล่า พัวพันอยู่แต่ด้วยวาจา เป็นมนุษย์กระพี้ ไม่มีความกตัญญู ไม่ควรคุ้นเคยในคนเช่นนั้น บุคคลไม่ควรคุ้นเคยต่อหญิงหรือบุรุษ ผู้มีจิตกลับกลอก ไม่ทำความข้องเกี่ยวให้แจ้งชัด ไม่ควรคุ้นเคยกับบุคคลผู้หยั่งลงสู่กรรมอันไม่ประเสริฐ เป็นคนไม่แน่นอน กำจัดคนไม่เลือก เหมือนดาบที่เขาลับแล้วปกปิดไว้ คนบางพวกในโลกนี้ คอยเพ่งโทษ เข้าไปหาด้วยอุบายต่างๆ ด้วยคำพูดอันคมคายซึ่งไม่ตรงกับน้ำใจ ด้วยสามารถแห่งมิตรเทียม แม้คนเช่นนี้ก็ไม่ควรคุ้นเคย คนมีปัญญาทรามเช่นนั้น พบเห็นอามิสหรือทรัพย์เข้า ณ ที่ใด ย่อมคิดประทุษร้ายและย่อมละทิ้งเพื่อนนั้นไป แม้คนเช่นนั้นก็ไม่ควรคุ้นเคย นรชนผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา ควรละเว้นบุคคลผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม มักทำการกำจัดอยู่เป็นนิตย์ ดังแร้วที่เขาดักไว้ในป่าเช่นนั้นเสียให้ห่างไกล เหมือนไก่ในป่าไผ่ละเว้นเหยี่ยว ฉะนั้น (๔๒/๔๒๐-๔๒๒ กุกกุฏชาดก) |
|
๑๒. กิเลสเกิดเพราะความเกี่ยวข้อง บุคคลย่อมตัดเสียได้เพราะความไม่เกี่ยวข้อง แม้บุคคลผู้มีความเป็นอยู่ดี แต่อาศัยบุคคลผู้เกียจคร้าน ย่อมจมลงในสมุทร คือ สงสารเปรียบเหมือนบุคคลขึ้นสู่แพไม้น้อยๆ พึงจมลงในมหรรณพ ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น บุคคลพึงเว้นบุคคลผู้เกียจคร้านมีความเพียรอันเลวนั้นเสีย พึงอยู่ร่วมกับพระอริยเจ้าทั้งหลาย ผู้สงัดแล้ว ผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ผู้มีปรกติเพ่ง ผู้ปรารภความเพียรเป็นนิตย์ ผู้เป็นบัณฑิต (๓๘/๓๘๙ ธาตุสูตร) |
|
๑๓. ถ้าไม่พึงได้สหายผู้มีปัญญา เป็นนักปราชญ์ เที่ยวไปร่วมกัน ผู้มีปรกติอยู่ด้วยกรรมดี พึงเที่ยวไปแต่ผู้เดียว การเที่ยวไปผู้เดียวประเสริฐกว่า เพราะคุณเครื่องความเป็นสหายย่อมไม่มีในคนพาล ควรเที่ยวไปแต่ผู้เดียว แต่ไม่ควรทำบาป (๔๒/๓๗๐-๓๗๑ โกสัมพิยชาดก) |
|
๑๔. ถ้าว่าบุคคลเมื่อเที่ยวไป ไม่พึงประสบสหายผู้ประเสริฐกว่าตน หรือสหายผู้เช่นด้วยตนไซร้ บุคคลนั้นพึงทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่น เพราะว่าคุณเครื่องความเป็นสหายย่อมไม่มีในคนพาล (๓๘/๓๐ คาถาธรรมบท) |

