
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner |
|
๒๔. กามคุณ ๕ ในโลกมีใจเป็นที่ ๖ เราประกาศแล้ว บุคคลคลายความพอใจในกามคุณ ๕ นี้ได้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้ด้วยอาการอย่างนี้ เราบอกซึ่งธรรมชาติเป็นเครื่องออกจากโลกนี้ตามความเป็นจริงแก่ท่านทั้งหลายแล้ว ถ้าแม้ท่านทั้งหลายพึงถามเราพันครั้ง เราก็จะบอกข้อนี้แก่ท่านทั้งหลาย เพราะบุคคลย่อมพ้นจากทุกข์ได้ด้วยอาการอย่างนี้ (๓๙/๔๘๘ เหมวตสูตร) |
|
๒๕. ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน ปัญญาย่อมปกครองคนนั้น สัตว์ยินดีในพระนิพพานจึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ (๒๓/๗๑ ทุติยสูตร) |
|
๒๖. ท่านทั้งหลายจงริเริ่ม จงก้าวหน้า จงประกอบ(ความเพียร) ในพระพุทธศาสนา จงกำจัดเสนาแห่งมัจจุราชเหมือนช้างกำจัดเรือนไม้อ้อ ฉะนั้น ผู้ใดจักไม่ประมาทในพระธรรมวินัยนี้อยู่ ผู้นั้นจักละสงสาร คือ ชาติ แล้วกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ (๒๔/๓๑๔ อรุณวติสูตร) |
|
๒๗. ท่านถูกวิตกกิน เพราะมนสิการไม่แยบคาย ท่านจงละมนสิการไม่แยบคายเสีย และจงใคร่ครวญโดยแยบคาย ท่านปรารภพระศาสดา พระธรรม พระสงฆ์ และศีลของตนแล้ว จะบรรลุความปราโมทย์ ปีติและสุขโดยไม่ต้องสงสัย แต่นั้นท่านจักเป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์ จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ (๒๔/๔๑๒ อโยนิโสมนสิการสูตร) |
|
๒๘. สัตว์เหล่าใดถูกราคะย้อมแล้ว สัตว์เหล่านั้นย่อมแล่นไปตามกระแสตัณหา ดุจแมลงมุมแล่นไปตามใยที่ตนทำเอง ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายตัดเครื่องผูกแม้นั้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีความห่วงใย ย่อมละทุกข์ทั้งปวงไป (๓๘/๘๑ คาถาธรรมบท) |
|
๒๙. ปธาน ๔ ประการนี้ คือ สังวรปธาน ๑ ปหานปธาน ๑ ภาวนาปธาน ๑ อนุรักขนาปธาน ๑ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ทรงแสดงแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องให้ภิกษุในธรรมวินัย ผู้มีความเพียร พึงถึงความสิ้นทุกข์ได้ (๓๒/๒๖ สังวรสูตร) |
|
๓๐. เราย่อมทราบชัดซึ่งสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศ ทั้งรู้ชัดยิ่งกว่านั้น และไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่น จึงทราบความดับได้เฉพาะตน ฉะนั้น ตถาคตจึงไม่ถึงทุกข์ (๑๖/๓๒ ปาฏิสูตร) |
|
๓๑. ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินนั่นแหละ จึงมีทุกข์ ภิกษุย่อมไม่เป็นผู้มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์ ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด (๒๓/๑๐๖ กกุธสูตร) |
หมวดถัดไป ๒.๑๐ หมวดสุข
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

