
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner |
|
๑๗. ทุกข์อย่างใดอย่าหนึ่งทั้งหมดย่อมเกิดขึ้น เพราะความหวั่นไหวเป็นปัจจัย เพราะความหวั่นไหวดับไม่เหลือ ทุกข์จึงไม่เกิด ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ทุกข์ย่อมเกิดขึ้นเพราะความหวั่นไหวเป็นปัจจัย ดังนี้ เพราะเหตุนั้นแล ภิกษุสละตัณหาแล้ว ดับสังขารทั้งหลายได้แล้ว เป็นผู้ ไม่มีความหวั่นไหว ไม่ถือมั่น แต่นั้น พึงเว้นรอบ (๓๙/๖๔๑ ทวยตานุปัสสนาสูตร) |
|
๑๘. เหล่าสัตว์ผู้ถูกมิจฉาทิฐิกำจัด มีจิตฟุ้งซ่าน มีความสำคัญผิด มีความสำคัญในสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สำคัญในสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข สำคัญในสิ่งที่ไม่ใช่ตนว่าเป็นตน และสำคัญในสิ่งที่ไม่งามว่างาม สัตว์คือชนเหล่านั้น ชื่อว่าประกอบแล้วในเครื่องประกอบของมาร ไม่เป็นผู้เกษมจากโยคะ มีปรกติไปสู่ชาติและมรณะ ย่อมไปสู่สงสาร ก็ในกาลใด พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้กระทำแสงสว่าง บังเกิดขึ้นในโลก พระพุทธเจ้าเหล่านั้น ย่อมประกาศธรรมนี้ เป็นเครื่องให้สัตว์ถึงความสงบทุกข์ ชนเหล่านั้นผู้มีปัญญา ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นแล้ว ได้จิตของตน ได้เห็นสิ่งไม่เที่ยงโดยความเป็นของไม่เที่ยง ได้เห็นทุกข์โดยความเป็นทุกข์ ได้เห็นในสิ่งที่ไม่ใช่ตนว่าไม่ใช่ตน ได้เห็นสิ่งที่ไม่งามโดยความเป็นของไม่งาม สมาทานสัมมาทิฐิ จึงล่วงทุกข์ทั้งปวงได้ (๓๒/๘๘-๘๙ วิปัลลาสสูตร) |
|
๑๙. บุคคลตัดความผูกโกรธด้วย กิเลสเป็นเครื่องรัดด้วย ความปรารถนาและความโลภอันชั่วช้าด้วย ถอนตัณหาพร้อมทั้งอวิชชาอันเป็นมูลรากเสียได้ อย่างนี้จึงจักออกไปจากทุกข์ได้ (๒๓/๑๒๔ นันทิวิสาลสูตร) |
|
๒๐. ถ้าบุคคลเป็นพหูสูต ไม่ประพฤติธรรม ก็จะพึงกระทำกรรมอันลามกทั้งหลายได้ แม้จะมีเวทตั้งพัน อาศัยแต่ความเป็นพหูสูต ยังไม่บรรลุจรณธรรม จะพ้นจากทุกข์ไปไม่ได้เลย (๔๓/๕๔๗ อุททาลกชาดก) |
|
๒๑. มาณพเหล่าใดอันเทวทูตทั้งหลายตักเตือนแล้ว ยังมัวเมาประมาท มาณพเหล่านั้น เป็นคนเข้าถึงหมู่ที่เลวทราม ย่อมเศร้าโศกตลอดกาลนาน ส่วนสัตบุรุษ ผู้สงบระงับในโลกนี้ อันเทวทูตตักเตือนแล้ว ย่อมไม่มัวเมาประมาทในอริยธรรมในกาลไหนๆ เห็นภัยในความถือมั่น อันเป็นแดนเกิดแห่งชาติและมรณะ ย่อมหลุดพ้นในธรรมเป็นที่สิ้นชาติและมรณะ เพราะไม่ถือมั่น สัตบุรุษเหล่านั้นเป็นผู้ถึงความเกษม มีความสุข ดับสนิทในปัจจุบัน ล่วงพ้นเวรและภัยทั้งปวง ข้ามพ้นทุกข์ทั้งสิ้น (๓๑/๒๒๕-๒๒๖ ทูตสูตร) |
|
๒๒. การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ร่ำไป ท่านทั้งหลายจงปรารภความเพียร จงก้าวออกไป จงประกอบความเพียรในพระพุทธศาสนา จงกำจัดเสนาแห่งมัจจุราชเสีย เหมือนกุญชรหักไม้อ้อ ฉะนั้น ผู้ใดจักเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้นจักละชาติสงสาร ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ (๔๑/๔๔๐-๔๔๑ อภิภูตเถรคาถา) |
|
๒๓. ภิกษุรู้เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง คือสุขเวทนา หรือทุกขเวทนา กับอทุกขมสุขเวทนา ที่มีอยู่ทั้งภายในและภายนอกว่า เวทนานี้เป็นเหตุแห่งทุกข์ มีความสาปสูญไปเป็นธรรมดา มีความทรุดโทรมไปเป็นธรรมดา ถูกต้องด้วยอุทยัพยญาณ (อุทยัพยญาณ คือ ความรู้เกิด-ดับ) แล้ว เห็นความเสื่อมไปอยู่ ย่อมรู้แจ่มแจ้งความเป็นทุกข์ในเวทนานั้นอย่างนี้ เพราะเวทนาทั้งหลายสิ้นไปนั้นเอง ทุกข์จึงไม่เกิด (๓๙/๖๓๗-๖๓๘ ทวยตานุปัสสนาสูตร) |

