
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑๗. ภิกษุมีธรรมเป็นที่ยินดี ยินดีแล้วในธรรม ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่เสื่อมไปจากสัทธรรม (๔๑/๕๙๔ อานันทเถรคาถา) |
|
๑๘. บุคคลผู้มักมาก มีความคับแค้น ยังเป็นไปตามตัณหา ดับความเร่าร้อนไม่ได้ แม้หากว่าพึงเป็นผู้ติดตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้หาความหวั่นไหวมิได้ ผู้ดับความเร่าร้อนได้แล้วไซร้ บุคคลนั้นผู้กำหนัดยินดี ชื่อว่าพึงเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ปราศจากความกำหนัดยินดี เพียงในที่ไกลเท่านั้น ส่วนบุคคลใดเป็นบัณฑิต รู้ธรรมด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ธรรมอันยิ่ง เป็นผู้หาความหวั่นไหวมิได้ สงบระงับ เปรียบเหมือนห้วงน้ำที่ไม่มีลม ฉะนั้น บุคคลนั้นผู้หาความหวั่นไหวมิได้ ทั้งดับความเร่าร้อนได้แล้ว ผู่ไม่กำหนัดยินดี ชื่อว่าพึงเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สู้หาความหวั่นไหวมิได้ ทั้งดับความเร่าร้อนได้แล้ว ปราศจากความกำหนัดยินดี ในที่ใกล้แท้ (๓๘/๔๑๔ สังฆาฏิสูตร) |
|
๑๙. เรากล่าวธรรมสำหรับละกามสัญญาและโทมนัสทั้งสอง และธรรมเป็นเหตุบรรเทาความง่วง และธรรมเป็นเครื่องห้ามกันความรำคาญ อันมีอุเบกขากับสติเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ มีความตรึกประกอบด้วยธรรมแล่นไปเบื้องหน้าว่าเป็นธรรมสำหรับทำลายล้างอวิชชา เป็นเครื่องพ้นกิเลสด้วยปัญญาที่รู้ทั่วถึง (๓๑/๒๑๔-๒๑๕ สาริปุตตสูตร) |
|
๒๐. ดูกรพราหมณ์ เราติเตียนการได้ยศ การได้ทรัพย์ และความประพฤติเลี้ยงชีวิตด้วยการทำตนให้ตกต่ำ หรือด้วยการประพฤติไม่เป็นธรรม ถึงแม้เราบวชเป็นบรรพชิต ถือภาชนะเที่ยวภิกขาจาร ความประพฤติเลี้ยงชีวิตนั้นแหละประเสริฐกว่า การแสวงหาโดยไม่เป็นธรรมจะประเสริฐอะไร ถึงแม้เราออกบวช ถือภาชนะเที่ยวภิกขาจาร ไม่เบียดเบียนผู้อื่นในโลกนั้น ประเสริฐกว่าราชสมบัติเสียอีก (๔๒/๑๘๒ สัยหชาดก) |
|
๒๑. ภิกษุมีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม ค้นคว้าธรรมอยู่ ระลึกถึงธรรมอยู่เนืองๆ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม ภิกษุเดินอยู่ก็ดี ยืนอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดี นอนอยู่ก็ดี ให้จิตของตนสงบอยู่ ณ ภายใน ย่อมถึงความสงบอันแท้จริง (๓๘/๔๐๒-๔๐๓ ธรรมสูตร) |
|
๒๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมอยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้ อันมีสิกขาเป็นอานิสงส์ มีปัญญาเป็นยอด มีวิมุติเป็นแก่น มีสติเป็นอธิปไตย (๓๒/๓๙๖ อาปัตติภยวรรค) |
|
๒๓. หมู่สัตว์ยินดีแล้วในธรรมเครื่องยังสัตว์ให้เนิ่นช้า พระตถาคตทั้งหลาย ไม่มีธรรมเครื่องยังสัตว์ให้เนิ่นช้า สมณะภายนอกไม่มี ดังรอยเท้าไม่มีในอากาศ ฉะนั้น (๓๘/๖๓ คาถาธรรมบท) |
|
๒๔. เราติเตียนการได้ยศ การได้ทรัพย์ และความประพฤติอันไม่เป็นธรรม มีแต่จะให้ถึงความพินาศ (๔๒/๓๘๐ โลมสกัสสปชาดก) |

