
| ขอบคุณเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๔๑. บุคคลเหล่าหนึ่ง ตั้งอยู่ในกรรมปราศจากความสงบ (ปราศจากธรรม) โบยเขา ฆ่าเขา ทำให้เขาเศร้าโศกแล้วให้ทาน ทานนั้นจัดว่าทานมีหน้าอันนองด้วยน้ำตา จัดว่าทานเป็นไปกับด้วยอาชญา จึงย่อมไม่เท่าถึงส่วนแห่งทานที่ให้ด้วยความสงบ (ประพฤติธรรม) (๒๓/๓๖-๓๗ มัจฉริยสูตร) |
|
๔๒. คนบางพวกตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้นอันไม่เสมอกัน ทำสัตว์ให้ลำบากบ้าง ฆ่าให้ตายบ้าง ทำให้เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทาน ทักขิณาทานนั้น มีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา พร้อมทั้งอาชญา จึงไม่เท่าถึงส่วนแห่งผลทานที่บุคคลให้แล้วโดยชอบธรรม เพราะอย่างนี้ ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชายัญแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทานของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่ (๔๒/๔๒๗ พิลารโกสิยชาดก) |
|
๔๓. คนให้ทานอันเศร้าหมองหรือประณีตก็ตาม แต่ให้ทานนั้นโดยไม่เคารพ ไม่ทำความนอบน้อมให้ ไม่ให้ด้วยมือตนเอง ให้ของที่เหลือ ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมให้ทาน ทานนั้นๆ ย่อมบังเกิดผลในตระกูลใดๆ ในตระกูลนั้นๆ จิตของผู้ให้ทานย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคอาหารอย่างดี ย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคผ้าอย่างดี ย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคกามคุณ ๕ อย่างดี แม้บริวารชนของผู้ให้ทานนั้นนั้นคือ บุตร ภรรยา ทาส คนใช้ คนทำงาน ก็ไม่เชื่อฟัง ไม่เงี่ยหูฟัง ส่งจิตไปที่อื่นเสีย ข้อนั้นเพราะเหตุไร ทั้งนี้เป็นเพราะผลแห่งกรรมที่ตนกระทำโดยไม่เคารพ (๓๖/๕๐๓ เวลามสูตร) |
|
๔๔. บุคคลได้พบสมณะ พราหมณ์ คนกำพร้า คนเดินทาง วนิพกแล้ว ย่อมไม่แบ่งข้าว น้ำ และเครื่องบริโภคให้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้เป็นบุรุษต่ำช้านั้นแลว่าเป็นผู้เสมอด้วยฝนไม่ตก บุคคลใดย่อมไม่ให้ไทยธรรมแก่บุคคลบางพวก ย่อมให้แก่บุคคลบางพวก ชนผู้มีปัญญาทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นว่า ดุจฝนตกในที่บางส่วน บุคคลผู้มีวาจาว่า ภิกษาดี ผู้อนุเคราะห์สัตว์ทั่วหน้า มีใจยินดีประดุจเรี่ยรายไทยธรรม กล่าวอยู่ว่า จงให้ๆ ดังนี้ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เช่นนั้น รวบรวมทรัพย์ที่ตนได้แล้วด้วยความหมั่นโดยชอบธรรม ยังวนิพกทั้งหลายผู้มาถึงแล้ว ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำโดยชอบ เปรียบเหมือนเมฆบันลือ กระหึ่มแล้ว ย่อมยังฝนให้ตก ยังน้ำให้ไหลนองเต็มที่ดอนและที่ลุ่ม ฉนั้น (๓๘/๓๘๔-๓๘๕ อวุฏฐิกสูตร) |
|
๔๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทาน ๕ ประการนี้ เป็นมหาทาน อันบัณฑิตพึงรู้ว่าเป็นเลิศ มีมานาน เป็นเชื้อสายแห่งพระอริยะ เป็นของเก่า ไม่กระจัดกระจาย ไม่เคยกระจัดกระจาย อันบัณฑิตไม่รังเกียจ เป็นห้วงบุญห้วงกุศล ทาน ๕ ประการเป็นไฉน คือ (๑) เป็นผู้ละปาณาติบาต งดเว้นจากปาณาติบาต (๒) เป็นผู้ละอทินนาทาน งดเว้นจากอทินนาทาน (๓) เป็นผู้ละกาเมสุมิจฉาจาร งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร (๔) เป็นผู้ละมุสาวาท งดเว้นจากมุสาวาท (๕) เป็นผู้ละการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท (๓๕/๓๐๔-๓๐๕ ปุญญาภิสันทสูตร) |
|
๔๖. ก็ทานอันบัณฑิตสรรเสริญแล้ว โดยส่วนมากโดยแท้ ก็แต่ธรรมบท(นิพพาน) แหละประเสริฐกว่าทาน เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายผู้มีปัญญา ในกาลก่อนก็ดี ในกาลก่อนกว่าก็ดี บรรลุซึ่งนิพพานแล้วแท้จริง (๒๓/๔๐ สาธุสูตร) |
|
๔๗. ทาน ท่านผู้รู้สรรเสริญโดยส่วนมากก็จริง แต่ว่าบทแห่งธรรมแล ประเสริฐกว่าทาน เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายในครั้งก่อน หรือว่าก่อนกว่านั้นอีก ผู้มีปัญญาเจริญสมถะวิปัสสนาแล้ว ได้บรรลุนิพพานนั้นเทียว (๔๒/๓๖๑ อาทิตตชาดก) |
|
๔๘. บุคคลผู้ปฏิบัติ ๔ จำพวก ผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวก นี้เป็นสงฆ์ ผู้ปฏิบัติตรง ผู้มีปัญญา มีศีล และจิตมั่นคง ย่อมกระทำบุญของมนุษย์ผู้เพ่งบุญบูชาอยู่ ให้มีผลมาก ทานที่ให้ในสงฆ์ ย่อมมีผลมาก (๓๕/๓๖๗ อัฏฐปุคคลสูตร) |
หมวดถัดไป ๕.๔ หมวดหิริโอตตัปปะ
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

