
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑๓. แม่น้ำเป็นอันมากที่หมู่คือคณะนรชนอาศัยแล้ว ไหลไปยังสาครทะเลหลวง ซึ่งจะประมาณมิได้ เป็นที่ขังน้ำอย่างใหญ่ มีสิ่งที่น่ากลัวมาก เป็นที่อยู่ของหมู่รัตนะ ฉันใด สายบุญย่อมไหลไปสู่นรชนผู้เป็นบัณฑิต ผู้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ที่นอน ที่นั่ง และเครื่องปูลาด เหมือนแม่น้ำไหลไปสู่สาคร ฉันนั้นเหมือนกัน (๓๐/๖๒๕ อภิสันทสูตร) |
|
๑๔. ผู้ทำบุญไว้ ย่อมบันเทิงในโลกนี้ ย่อมบันเทิงในโลกเบื้องหน้า ย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง ผู้ทำบุญไว้แล้วนั้น ย่อมบันเทิง ผู้ทำบุญไว้แล้วนั้น เห็นความบริสุทธิ์แห่งกรรมของตนแล้ว ย่อมบันเทิงอย่างยิ่ง (๓๘/๒๑-๒๒ คาถาธรรมบท) |
|
๑๕. บุญทั้งหลาย ย่อมต้อนรับแม้บุคคลผู้ทำบุญไว้ ซึ่งจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่น ดุจญาติต้อนรับญาติที่รักผู้มาแล้ว ฉะนั้น (๓๘/๕๘ คาถาธรรมบท) |
|
๑๖. บุญนำความสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต การละทุกข์ได้ทั้งหมดนำมาซึ่งความสุข ความเป็นผู้เกื้อกูลมารดาบิดานำความสุขมาให้ในโลก ความเป็นผู้เกื้อกูลสมณะนำมาซึ่งความสุขในโลก ความเป็นผู้เกื้อกูลสมณะนำมาซึ่งความสุขในโลก ศีลนำมาซึ่งความสุขตราบเท่าชรา ศรัทธาตั้งมั่นแล้วนำมาซึ่งความสุข การได้เฉพาะซึ่งปัญญานำมาซึ่งความสุข การไม่ทำบาปทั้งหลายนำมาซึ่งความสุข (๓๘/๗๗-๗๘ คาถาธรรมบท) |
|
๑๗. ผู้ใดต้องการบุญ ตั้งมั่นในกุศล เจริญมรรคเพื่อบรรลุอมตธรรม ผู้นั้นบรรลุธรรมที่เป็นสาระ ยินดีในธรรมเป็นที่สิ้นไป ย่อมไม่หวั่นไหวในเมื่อมัจจุราชมาถึง (๓๐/๖๒๙ อภิสันทสูตร) |
|
๑๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ (๑) บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยทาน (๒) บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยศีล (๓) บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยภาวนา (๓๕/๒๙๘ ปุญญกิริยาวัตถุสูตร) |
หมวดถัดไป ๕.๓ หมวดทาน
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

