
|
๑. พระจันทร์มีกำลัง พระอาทิตย์มีกำลัง สมณะและพราหมณ์มีกำลัง ฝั่งแห่งสมุทรมีกำลัง หญิงมีกำลังยิ่งกว่ากำลังทั้งหลาย (๔๒/๓๘๑ โลมสกัสสปชาดก) |
|
๒. ธรรมดาสตรีทั้งหลาย ย่อมประสงค์บุรุษ นิยมเครื่องแต่งตัว มั่นใจในบุตรต้องการไม่ให้มีสตรีอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด (๓๔/๕๔๑ ขัตติยาธิปปายสูตร) |
|
๓. หญิงย่อมผูกชายไว้ด้วยอาการ ๘ อย่าง คือ หญิงย่อมผูกชายไว้ด้วยรูป ๑ ด้วยการยิ้มแย้ม ๑ ด้วยคำพูด ๑ ด้วยเพลงขับ ๑ ด้วยการร้องไห้ ๑ ด้วยอากัปกิริยา ๑ ด้วยของกำนัล ๑ ด้วยผัสสะ ๑ สัตว์ที่ถูกผูกด้วยอาการ ๘ อย่าง นี้แล ชื่อว่าถููกผูกด้วยบ่วง (๓๕/๒๔๐-๒๔๑ พันธนสูตร) |
|
๔. หญิงเดินอยู่ก็ดี ยืนอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดี นอนอยู่ก็ดี นอนหลับแล้วก็ดี หัวเราะก็ดี พูดอยู่ก็ดี ขับร้องอยู่ก็ดี ร้องไห้อยู่ก็ดี บวมขึ้นก็ดี ตายแล้วก็ดี ย่อมครอบงำจิตของบุรุษได้ บุคคลเมื่อจะกล่าวสิ่งใดๆ พึงกล่าวโดยชอบว่า บ่วงรวบรัดแห่งมาร ก็พึงกล่าวมาตุคามนั่นแหละว่า เป็นบ่วงรวบรัดแห่งมารโดยชอบได้ (๓๓/๙๘ มาตุปุตติกสูตร) |
|
๕. ดูกรอานนท์ มาตุคามมักโกรธ มักริษยา มีความตระหนี่ มีปัญญาทราม ดูกรอานนท์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้มาตุคามนั่งในสภาไม่ได้ ประกอบการงานใหญ่ๆ ไม่ได้ ไปนอกเมืองไม่ได้ (๓๒/๑๓๗ กัมโมชสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับท่านพระอานนท์) |
|
๖. หญิงย่อมดูหมิ่นสามีด้วยเหตุ ๘ ประการ คือ ความจน ๑ เจ็บกระเสาะกระแส ๑ เป็นคนแก่ ๑ เป็นนักเลงสุรา ๑ เป็นคนโง่ ๑ เป็นคนมัวเมา ๑ คล้อยตามในกิจทุกอย่าง ๑ ไม่ก่อสิ่งปรารถนาทุกอย่างให้เกิดขึ้น ๑ หญิงย่อมนำความประทุษร้ายมาให้สามีด้วยเหตุ ๙ ประการนี้ คือ มักไปป่า ๑ มักไปสวน ๑ มักไปท่าน้ำ ๑ มักไปหาตระกูลญาติ ๑ มักไปหาตระกูลอื่น ๑ มักชอบใช้กระจกและชอบประดับประดา ๑ มักดื่มน้ำเมา ๑ มักเยี่ยมมองหน้าต่าง ๑ มักยืนแอบประตู ๑ (๔๔/๑๖๒-๑๖๓ กุณาลชาดก) |
|
๗. คนฉลาดย่อมไม่ฝากทรัพย์ ๔ อย่างนี้ คือ โคผู้ ๑ โคนม ๑ ยานพาหนะ ๑ ภรรยา ๑ ไว้ในตระกูลญาติ เพราะว่า คนที่ไม่มียานพาหนะ ย่อมใช้รถที่ฝากไว้ ย่อมฆ่าโคผู้เสีย เพราะใช้ลากเข็นเกินกำลัง ย่อมฆ่าลูกโค เพราะรีดนม ภรรยาย่อมประทุษร้ายในตระกูลญาติ ธนูไม่มีสาย ๑ ภรรยาอยู่ในตระกูลญาติ ๑ เรือที่ฝั่งโน้น ๑ ยานพาหนะที่เพลาหัก ๑ มิตรอยู่ไกล ๑ สหายลามก ๑ สิ่งของทั้ง ๖ นี้ เมื่อกิจธุระเกิดขึ้น ใช้ประโยชน์ไม่ได้ (๔๔/๑๖๒ กุณาลชาดก) |
|
๘. มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ โดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ (๑) เวลาเช้ามีใจอันมลทิน คือ ความตระหนี่กลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน (๒) เวลาเที่ยงมีใจอันความริษยากลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน (๓) เวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน (๒๘/๔๐๒ มาตุคามสูตร) |

| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๙. ท่านอย่าดีใจว่าหญิงปรารถนาเรา อย่าเศร้าโศกว่าหญิงนี้ไม่ปรารถนาเรา ภาวะของหญิงทั้งหลายเป็นของรู้ได้ยาก เหมือนรอยทางไปของปลาในน้ำ ฉะนั้น (๔๒/๒๗ ทุราชานชาดก) |
|
๑๐. หญิงที่สามียกย่องอย่างดี ถึงแก่ให้แผ่นดินนี้อันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ ได้โอกาสแล้ว พึงดูหมิ่นสามีนั้นได้ บุคคลไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของหญิงเหล่านั้น (๔๕/๕๐๔ วิธุรชาดก) |
|
๑๑. แม่น้ำ หนทาง โรงสุรา สภา และบ่อน้ำ ฉันใด ขึ้นชื่อว่าหญิงในโลก ก็ฉันนั้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่โกรธหญิงเหล่านั้น (๔๒/๒๗ อนภิรติชาดก) |
|
๑๒. มหาสมุทร ๑ พราหมณ์ ๑ พระราชา ๑ หญิง ๑ สี่อย่างนี้ย่อมไม่เต็ม แม่น้ำสายใดสายหนึ่ง อาศัยแผ่นดิน ไหลไปสู่มหาสมุทร แม่น้ำเหล่านั้น ก็ยังมหาสมุทรให้เต็มไม่ได้ เพราะฉะนั้น มหาสมุทรชื่อว่าไม่เต็ม เพราะยังพร่อง ส่วนพราหมณ์ เรียนเวทอันมีการบอกเป็นที่ห้า (ที่หนึ่งถึงที่สี่ คือ ไตรเภทกับอาถรรพณเวท) ได้แล้ว ยังปรารถนาการเรียนยิ่งขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น พราหมณ์จึงชื่อว่าไม่เต็ม เพราะยังพร่อง พระราชา ทรงชนะแผ่นดินทั้งหมด อันบริบูรณ์ด้วยรัตนะนับไม่ถ้วน พร้อมทั้งมหาสมุทรและภูเขา ครอบครองอยู่ ก็ยังปรารถนามหาสมุทรฝั่งโน้นอีก เพราะฉะนั้น พระราชาจึงชื่อว่าไม่เต็ม เพราะยังพร่อง หญิงคนหนึ่งๆ มีสามีคนละ ๘ คน สามีล้วนเป็นคนแกล้วกล้า มีกำลังสามารถนำมาซึ่งกามรสทุกอย่าง หญิงยังกระทำความพอใจในชายคนที่ ๙ อีก เพราะฉะนั้น หญิงจึงชื่อว่าไม่เต็ม เพราะยังพร่อง หญิงทุกคนกินทุกอย่างเหมือนเปลวไฟ พาไปได้ทุกอย่างเหมือนแม่น้ำ เหมือนกิ่งไม้มีหนาม ย่อมละชายไปเพราะเหตุแห่งทรัพย์ ชายใดพึงวางความรักทั้งหมดในหญิงชายนั้น เหมือนดักลมด้วยตาข่าย เหมือนตักน้ำใส่มหาสมุทรด้วยมือข้างเดียว จะพึงได้ยินแต่เสียงมือของตน ภาวะของหญิงที่เป็นโจร รู้มาก หาความจริงได้ยาก เป็นอาการที่ใครๆ รู้ได้ยาก เหมือนรอยทางปลาในน้ำ ฉะนั้น หญิงไม่มีความพอใจ อ่อนโยน พูดเพราะ ให้เต็มได้ยากเสมอแม่น้ำ ทำให้ล่มจม บุคคลรู้ดังนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล หญิงเป็นเหมือนน้ำวน มีมายามาก ทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ทำให้ล่มจม บุคคลรู้ดังนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล เมื่อหญิงคบบุคคลใด เพราะความพอใจ หรือเพราะเหตุแห่งทรัพย์ ย่อมเผาบุรุษนั้นโดยพลัน เหมือนไฟป่าเผาสถานที่เกิดของตน ฉะนั้น (๔๔/๑๗๓-๑๗๕ กุณาลชาดก) |
|
๑๓. ลมย่อมพัดพานทั้งกลิ่นหอมและกลิ่นเหม็น เด็กอ่อนย่อมเก็บผลไม้ทั้งดิบทั้งสุก คนตาบอดผู้โลภในรส ย่อมถือเอาอาหาร (ไม่เลือก) ฉันใด ธรรมดาหญิง ก็ฉันนั้น แท้จริงหญิงเหล่านี้ เป็นของทั่วไปแก่คนเป็นอันมาก เหมือนโรงสุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่พวกนักเลงสุรา ฉะนั้น อนึ่ง หญิงเหล่านี้ มีมารยาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุแห่งความเศร้าโศก เป็นเหตุเกิดโรคและอันตราย อนึ่ง หญิงเหล่านี้ เป็นคนหยาบคาย เป็นเครื่องผูกมัด เป็นบ่วง เป็นถ้ำที่อยู่ของมัจจุราช บุรุษใดพึงหลงระเริงใจในหญิงเหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็นคนเลวทรามในหมู่นระ (๔๔/๑๑๔ มหาหังสชาดก) |
|
๑๔. บรรดานารีทั้งหลาย เป็นคนหลายใจ ไม่มีใครสามารถจะข่มได้ ทำความยั่วยวนให้แก่ชายทั้งหลาย ถ้าหากว่านารีทั้งหลาย แม้จะทำให้เกิดความปีติได้โดยประการทั้งปวง ก็ไม่ควรไว้วางใจ เพราะว่านารีทั้งหลายเปรียบด้วยท่าน้ำ (๔๒/๒๑๕ กุณฑริกชาดก) |
|
๑๕. หญิงทั้งหลาย บุรุษไม่สามารถจะปกปักรักษาไว้ได้ด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน ยากที่จะให้เต็มได้เสมอด้วยแม่น้ำ ฉะนั้น ย่อมจะจมลงในนรก บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้ว พึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล หญิงเหล่านั้น ย่อมเข้าไปคบหาบุรุษใด เพราะความรักใคร่พอใจ หรือเพราะทรัพย์ เขาย่อมเผาบุรุษนั้นเสียฉับพลัน เปรียบเหมือนไฟไหม้ที่ของตนเอง ฉะนั้น (๔๒/๑๓๙ มุทุปาณิชาดก) |
|
๑๖. โทษในงูเห่า ๕ ประการ คือ เป็นสัตว์มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ โทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้ฉันนั้นเหมือนกัน คือ เป็นผู้มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ในโทษ ๕ ประการนั้น (๑) ความที่มาตุคามเป็นผู้มีพิษร้าย คือ โดยมากมาตุคามมีราคะจัด (๒) ความที่มาตุคามเป็นผู้มีสองลิ้น คือ โดยมากมาตุคามมีวาจาส่อเสียด (๓) ความที่มาตุคามเป็นผู้มักประทุษร้ายมิตร คือ โดยมากมาตุคามมักประพฤตินอกใจ (๓๓/๓๘๓ สัปปสูตร) |

| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑๗. โทษในงูเห่า ๕ ประการ คือ เป็นสัตว์ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีความน่ากลัวมาก ๑ มีภัยเฉพาะหน้า ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ โทษในมาตุคาม ๕ ประการ ฉันนั้นเหมือนกัน คือ (๑) เป็นผู้ไม่สะอาด (๒) มีกลิ่นเหม็น (๓) มีความน่ากลัวมาก (๔) มีภัยเฉพาะหน้า (๕) มักประทุษร้ายมิตร (๓๓/๓๘๒-๓๘๓ สัปปสูตร) |
|
๑๘. น้ำดองในโลกเขาเรียกชื่อว่าสุรา สุราทำให้ใจฮึกเหิม มีกลิ่นหอม ทำให้พูดมาก มีรสหวานแหลมปานน้ำผึ้ง พระอริยะทั้งหลายกล่าวสุรานั้นว่าเป็นพิษของพรหมจรรย์ หญิงในโลกย่อมย่ำยีบุรุษผู้ประมาทแล้ว หญิงเหล่านั้นย่อมจูงจิตของบุรุษไป เหมือนลมพัดปุยนุ่นที่หล่นจากต้นไป ฉะนั้น นี่บัณฑิตกล่าวว่า เป็นเหวของพรหมจรรย์ ลาภ สรรเสริญ สักการะและการบูชาในตระกูลอื่นๆ นี่บัณฑิตกล่าวว่า เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์ (๔๓/๕๐๘ จุลลนารทกัสสปชาดก) |
|
๑๙. มหาปฐพีอันทรงไว้ซึ่งสรรพสัตว์ ย่อมแล้วเสมอกัน เป็นที่รับรองสิ่งดีและสิ่งชั่ว ทนทานได้หมด ไม่ดิ้นรน ไม่หวั่นไหว ฉันใด หญิงทั้งหลายก็เหมือนกัน นรชนจึงไม่ควรวิสาสะกับหญิงเหล่านี้ ราชสีห์ ซึ่งเป็นสัตว์ดุร้าย กินเนื้อและกินเลือดเป็นอาหาร มีอาวุธ ๕ อย่าง เป็นสัตว์หยาบช้า ยินดีในการเบียดเบียนสัตว์อื่น ข่มขี่สัตว์ทั้งหลายกิน ฉันใด หญิงทั้งหลายก็ฉันนั้น นรชนจึงไม่ควรวิสาสะกับหญิงเหล่านั้น หญิงทั้งหลายมุ่นมวยผมเหมือนโจร ประทุษร้ายเหมือนสุราเจือยาพิษ พูดโอ้อวดเหมือนคนขายของ ตลบแตลงพลิงแพลงเหมือนเขาเนื้อ สองลิ้นเหมือนงู ปกปิดเหมือนหลุมคูถที่ปิดด้วยกระดาน ให้เต็มได้ยากเหมือนไฟ ให้ยินดีได้ยากเหมือนรากษส นำไปส่วนเดียวเหมือนพระยายม กินทุกอย่างเหมือนไฟ พัดพาไปทุกอย่างเหมือนแม่น้ำ ประพฤติตามปรารถนาเหมือนลม ไม่ทำอะไรให้วิเศษเหมือนเขาเมรุมาศ ผลิตผลเป็นนิตย์เหมือนต้นไม้มีพิษ หญิงทั้งหลายเป็นผู้กำสัตว์ไว้ในมือจนนับไม่ถ้วน ทำโภคสมบัติในเรือนให้พินาศ (๔๔/๑๖๐-๑๖๑ กุณาลชาดก) |
|
๒๐.บุรุษไม่ถูกผีสิง ไม่ควรเชื่อหญิงทั้งหลายผู้หยาบช้า ใจเบา อกตัญญู ประทุษร้ายมิตร หญิงเหล่านั้น ไม่รู้จักสิ่งที่กระทำแล้ว สิ่งที่ควรกระทำ ไม่รู้จักมารดาบิดาหรือพี่น้อง ไม่มีละอาย ล่วงเสียซึ่งกรรม ย่อมเป็นไปตามอำนาจจิตของตน เมื่อมีอันตรายและเมื่อกิจเกิดขึ้น ย่อมละทิ้งสามี แม้จะอยู่ด้วยกันมานาน เป็นทีรัก เป็นที่พอใจ เป็นที่อนุเคราะห์ แม้เสมอกับชีวิต เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่วิสาสะกับหญิงทั้งหลาย จริงอยู่ จิตของหญิงเหมือนจิตของวานร ลุ่มๆ ดอนๆ เหมือนเงาไม้ หัวใจของหญิงไหวไปไหวมา เหมือนล้อรถที่กำลังหมุน เมื่อใดหญิงทั้งหลายผู้มุ่งหวัง เห็นทรัพย์ของบุรุษที่ควรจะถือเอาได้ เมื่อนั้น ก็ใช้วาจาอ่อนหวาน ชักนำบุรุษไปได้เหมือนชาวกัมโพชลวงม้าด้วยสาหร่าย ฉะนั้น เมื่อใด หญิงทั้งหลายผู้มุ่งหวัง ไม่เห็นทรัพย์ของบุรุษที่ควรถือเอาได้ เมื่อนั้นย่อมละทิ้งบุรุษนั้นไป เหมือนคนข้ามฟากถึงฝั่งโน้นแล้ว ละทิ้งแพไป ฉะนั้น หญิงทั้งหลายเปรียบด้วยเครื่องผูกรัด กินทุกอย่างเหมือนเปลวไฟ มีมายากล้าแข็งเหมือนแม่น้ำมีกระแสเชี่ยว ย่อมคบบุรุษได้ทั้งที่น่ารักทั้งที่ไม่น่ารัก เหมือนเรือจอดไม่เลือกฝั่งนี้และฝั่งโน้น ฉะนั้น หญิงทั้งหลาย ไม่ใช่ของบุรุษคนเดียวหรือสองคน ย่อมรับรองทั่วไปเหมือนร้านตลาด ผู้ใดสำคัญมั่นหมายหญิงเหล่านั้นว่าของเรา ก็เท่ากับดักลมด้วยตาข่าย แม่น้ำ หนทาง ร้านเหล้า สภา และบ่อน้ำ ฉันใด หญิงในโลกก็ฉันนั้น เขตแดนของหญิงเหล่านั้นไม่มี หญิงทั้งหลายเสมอด้วยไฟกินเปรียง เปรียบด้วยหัวงูเห่า ย่อมเลือกคบแต่บุรุษที่มีทรัพย์ เหมือนโคเลือกกินหญ้าที่ดีๆ ในภายนอก ฉะนั้น ไฟกินเปรียง ๑ ช้างสาร ๑ งูเห่า ๑ พระราชาผู้ได้รับมุรธาภิเษกแล้ว ๑ หญิงทั้งปวง ๑ สิ่งทั้ง ๕ นี้ นรชนพึงคบด้วยความระวังเป็นนิตย์ เพราะสิ่งทั้ง ๕ นี้ มีความแน่นอนที่รู้ได้ยากแท้ หญิงที่งามเกินไป ๑ หญิงที่คนหมู่มากไม่รักใคร่ ๑ หญิงที่เหมือนมือขวา ๑ ที่เป็นภรรยาคนอื่น ๑ หญิงที่คบหาเพราะเหตุแห่งทรัพย์ ๑ หญิง ๕ จำพวกนี้ ไม่ควรคบ (๔๔/๑๖๘-๑๗๐ กุณาลชาดก) |
|
๒๑. ถ้าบุรุษจะพึงให้แผ่นดินอันเต็มด้วยทรัพย์นี้แก่หญิงที่ตนนับถือไซร้ หญิงนั้นได้โอกาสก็จะพึงดูหมิ่นบุรุษนั้น เราจึงไม่ยอมตกอยู่ในอำนาจของหญิงเผลอเรอ เมื่อมีอันตรายและเมื่อกิจธุระเกิดขึ้น หญิงย่อมละทิ้งผัวหนุ่มผู้หมั่นขยัน มีความประพฤติไม่เหลาะแหละ เป็นที่รักเป็นที่พอใจ เพราะฉะนั้น เราจึงไม่วิสาสะกับหญิงทั้งหลาย บุรุษไม่ควรวางใจว่า หญิงคนนี้ปรารถนาเรา ไม่ควรวางใจว่า หญิงคนนี้ร้องไห้กระซิกกระซี้เรา เพราะว่า หญิงทั้งหลายย่อมคบได้ทั้งบุรุษที่น่ารักทั้งบุรุษที่ไม่น่ารักเหมือนเรือจอดได้ทั้งฝั่งโน้นฝั่งนี้ ฉะนั้น ไม่ควรวิสาสะกะใบไม้ลาดที่เก่า ไม่ควรวิสาสะกะมิตรเก่าที่เป็นโจร ไม่ควรวิสาสะกะพระราชาว่าเป็นเพื่อนของเรา ไม่ควรวิสาสะกะหญิงแม้จะมีลูก ๑๐ คนแล้ว ไม่ควรวิสาสะในหญิงที่กระทำความยินดีให้ เป็นผู้ล่วงศีล ไม่สำรวม ถึงแม้ภรรยาจะพึงเป็นผู้มีความรักแน่นแฟ้น ก็ไม่ควรวางใจ เพราะว่าหญิงทั้งหลายเสมอกับท่าน้ำ หญิงทั้งหลายพึงฆ่าชายก็ได้ พึงตัดเองก็ได้ พึงใช้ให้ผู้อื่นตัดก็ได้ พึงตัดคอแล้วดื่มเลือดกินก็ได้ อย่าพึงกระทำความสิเนหาในหญิงผู้มีความรักใคร่อันเลวทราม ผู้ไม่สำรวม ผู้เปรียบด้วยท่าน้ำ คำเท็จของหญิงเหมือนคำจริง คำจริงของหญิงเหมือนคำเท็จ หญิงทั้งหลายย่อมเลือกคบแต่ชายที่มีทรัพย์ ดังโคเลือกกินหญ้าที่ดีๆ ในภายนอก หญิงทั้งหลาย ย่อมประเล้าประโลมชายด้วยการเดิน การจ้องดู ยิ้มแย้ม นุ่งผ้าหลุดๆ ลุ่ยๆ และพูดเพราะ หญิงทั้งหลายเป็นโจร หัวใจแข็ง ดุร้าย เป็นน้ำตาลกรวด ย่อมไม่รู้อะไรๆ ว่าเป็นเครื่องล่อลวงในมนุษย์ ธรรมดาหญิงในโลกเป็นคนลามก ไม่มีเขตแดน กำหนัดหนักทุกเมื่อ และคะนอง กินไม่เลือก เหมือนเปลวไฟไหม้เชื้อทุกอย่าง บุรุษชื่อว่าเป็นที่รักของหญิงไม่มี ไม่เป็นที่รักก็ไม่มี เพราะหญิงทั้งหลาย ย่อมคบบุรุษทั้งที่รัก ทั้งที่ไม่รัก เหมือนเรือจอดได้ทั้งฝั่งนี้และฝั่งโน้น บุรุษชื่อว่าเป็นที่รักของหญิงไม่มี ไม่เป็นที่รักก็ไม่มี หญิงย่อมผูกพันชายเพราะต้องการทรัพย์ เหมือนเถาวัลย์พันไม้ หญิงทั้งหลายย่อมติดตามชายที่มีทรัพย์ ถึงจะเป็นคนเลี้ยงช้าง เลี้ยงม้า เลี้ยงโค คนจัณฑาล สัปเหร่อ คนเทหยากเยื่อ ก็ช่าง หญิงทั้งหลายย่อมละทิ้งชายผู้มีตระกูล แต่ไม่มีอะไร เหมือนซากศพ แต่ติดตามชายเช่นนั้นได้เพราะเหตุแห่งทรัพย์ (๔๔/๑๗๑-๑๗๓ กุณาลชาดก) |
|
๒๒. เมื่อมีอันตรายและเมื่อกิจเกิดขึ้น หญิงย่อมละทิ้งสามีนั้น แม้อยู่ร่วมกันมานาน เป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นผู้อนุเคราะห์ แม้เสมอด้วยชีวิต เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่ไว้วางใจหญิงทั้งหลาย ความจริง จิตของหญิงเหมือนกับจิตของลิง ลุ่มๆ ดอนๆ เหมือนกับเงาต้นไม้ หัวใจของหญิงทั้งหลายไหวไปไหวมา เหมือนล้อรถที่กำลังหมุนไป ฉะนั้น คราวใด หญิงมองเห็นทรัพย์ของบุรุษที่ควรจะถือเอาได้ คราวนั้น ย่อมใช้วาจาอ่อนหวานนำพาเอาบุรุษนั้นไป เหมือนชาวกัมโพชใช้สาหร่ายล่อม้าไปได้ ฉะนั้น คราวใด ไม่มองเห็นทรัพย์ของบุรุษที่ควรจะถือเอาได้ คราวนั้น ย่อมละทิ้งบุรุษนั้นไปเสีย เหมือนบุคคลข้ามฟากถึงฝั่งโน้นแล้ว ก็ทิ้งแพไปเสีย ฉะนั้น หญิงเปรียบเหมือนยางรัก กินไม่เลือกเหมือนเปลวไฟ มีมายาแรงกล้าเหมือนแม่น้ำอันมีกระแสเชี่ยว ย่อมคบหาบุรุษทั้งที่น่ารักและไม่น่ารัก เหมือนเรือจอดไม่เลือกว่าฝั่งข้างนี้หรือฝั่งข้างโน้น ฉะนั้น หญิงไม่ใช่ของบุรุษคนเดียวหรือสองคน ย่อมต้อนรับทั่วไปเหมือนร้านตลาด ผู้ใดสำคัญซึ่งหญิงเหล่านั้นว่าของเรา ก็เท่ากับดักลมด้วยตาข่าย ฉะนั้น แม่น้ำ หนทาง ร้านขายเหล้า สภา และบ่อน้ำ มีอุปมาฉันใด หญิงในโลกก็มีอุปไมย ฉันนั้น เขตแดนของหญิงเหล่านั้น ไม่มีเลย หญิงเหล่านั้น เสมอด้วยไฟกินเปรียง เปรียบด้วยหัวงูเห่า เลือกหยิบเอาแต่ที่อร่อยๆ เหมือนโคเลือกกินหญ้าในภายนอก ฉะนั้น ไฟกินเปรียง ๑ ช้างสาร ๑ งูเห่า ๑ พระเจ้าแผ่นดินผู้ได้มุรธาภิเษก ๑ หญิงทุกคน ๑ ทั้ง ๕ นี้ คนพึงคบหาด้วยความระมัดระวังเป็นนิตย์ เพราะว่า สิ่งทั้ง ๕ นั้น มีอัธยาศัยที่รู้ได้ยาก หญิงที่งามเกินไป ๑ หญิงที่ชายเป็นอันมากไม่รักใคร่ ๑ (หญิงแพศยา) หญิงที่เหมือนมือขวา ๑ (ชำนาญการฟ้อนการขับ) หญิงที่เป็นภรรยาของคนอื่น ๑ หญิงที่เห็นแก่ทรัพย์ ๑ หญิง ๕ จำพวกนี้ก็ไม่ควรคบหา (๔๓/๔๖๗-๔๖๙ จุลลกุณาลชาดก) |

| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๒๓. บัณฑิตพึงเจรจากับบุรุษผู้ถือดาบอย่างคมกล้า พึงเจรจากับปีศาจผู้ดุร้าย แม้จะพึงเข้าไปนั่งใกล้งูพิษร้าย แต่ไม่ควรเจรจากับหญิงตัวต่อตัว เพราะว่าหญิงเป็นผู้ย่ำยีจิตของโลก ถืออาวุธคือการฟ้อนรำขับร้องและการเจรจา ย่อมเบียดเบียนบุรุษผู้ไม่ตั้งสติไว้ เหมือนหมู่รากษสที่เกาะ เบียดเบียนพวกพ่อค้า ฉะนั้น หญิงไม่มีวินัย ไม่มีสังวร ยินดีในน้ำเมาและเนื้อสัตว์ ไม่สำรวม ผลาญทรัพย์ที่บุรุษหามาได้โดยยากให้ฉิบหาย เหมือนปลาติมิงคละกลืนกินมังกรในทะเล ฉะนั้น หญิงมีกามคุณ ๕ อันน่ายินดีเป็นทำเลหากิน เป็นคนหยิ่ง จิตไม่เที่ยงตรง ไม่สำรวม ย่อมเข้าไปหาชายผู้ประมาท เหมือนแม่น้ำทั้งหลายอันไหลไปสู่มหาสมุทร ฉะนั้น หญิงได้ชื่อว่าฆ่าชายด้วยราคะและโทสะ เข้าไปหาชายคนใด เพราะความพอใจ เพราะความกำหนัด หรือเพราะต้องการทรัพย์ ย่อมเผาชายเช่นนั้นเสีย เช่นกับเปลวไฟ หญิงรู้ว่าชายมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก ย่อมเข้าไปหาชาย ย่อมให้ทั้งทรัพย์และตนเอง ย่อมเกาะชายที่มีจิตถูกราคะย้อม เหมือนเถาย่านทรายเกาะไม้สาละในป่า ฉะนั้น หญิงประดับร่างกายหน้าตาให้สละสลวย เข้าไปหาชายด้วยความพอใจ มีประการต่างๆ ทำยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ใช้มายาตั้งร้อย เหมือนดังคนเล่นกลและอสุรินทรราหู ฉะนั้น หญิงประดับประดาด้วยทอง แก้ว มณี และมุกดา ถึงจะมีคนสักการะและรักษาไว้ในตระกูลสามี ก็ยังประพฤตินอกใจสามี ดังหญิงที่อยู่ในทรวงอก ประพฤตินอกใจทานพ ฉะนั้น จริงอยู่ นรชนผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา แม้จะมีเดช มีมหาชนสักการะบูชา ถ้าตกอยู่ในอำนาจของหญิงแล้ว ย่อมไม่รุ่งเรือง เหมือนพระจันทร์ถูกราหูจับ ฉะนั้น โจรผู้มีจิตโกรธ คิดประทุษร้าย พึงกระทำแก่โจรอื่น ซึ่งเป็นข้าศึกที่มาประจันหน้า ส่วนผู้ตกอยู่ในอำนาจของหญิง ไม่มีอุเบกขา ย่อมเข้าถึงความพินาศยิ่งกว่านั้นอีก หญิงถึงจะถูกชายฉุดกระชากลากผมและหยิกข่วนด้วยเล็บ คุกคามทุบตีด้วยเท้า ด้วยมือและท่อนไม้ ก็กลับวิ่งเข้าหา เหมือนหมู่แมลงวันที่ซากศพ ฉะนั้น บุรุษผู้มีจักษุคือปัญญา ปรารถนาความสุขแก่ตน พึงเว้นหญิงเสียเหมือนกับบ่วงและข่ายที่ดักไว้ในสกุล ในถนนสายหนึ่ง ในราชธานี หรือในนิคม บุรุษผู้ตกอยู่ในอำนาจของหญิง ย่อมถูกติเตียนทั้งในโลกนีี้และโลกหน้า กรรมของตนกระทบแล้ว เป็นคนโง่เขลา ย่อมไปพลั้งๆ พลาดๆ โดยไม่แน่นอน เหมือนรถที่เทียมด้วยลาโกง ย่อมไปผิดทาง ฉะนั้น ผู้ตกอยู่ในอำนาจของหญิง ย่อมเข้าถึงนรกเป็นที่เผาสัตว์ให้รุ่มร้อน และนรกอันมีป่าไม้งิ้ว มีหนามแหลมดังหอกเหล็ก แล้วมาในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ย่อมไม่พ้นจากเปรตวิสัยและอสุรกาย หญิงย่อมทำลายความเล่นหัว ความยินดี ความเพลิดเพลินอันเป็นทิพย์ และจักรพรรดิสมบัติในมนุษย์ของชายผู้ประมาทให้พินาศ และยังทำชายนั้นให้ถึงทุคติอีกด้วย ชายเหล่าใด ไม่ต้องการหญิง ประพฤติพรหมจรรย์ ชายเหล่านั้นพึงได้การเล่นหัวความยินดีอันเป็นทิพย์ จักรพรรดิสมบัติในมนุษย์ และนางเทพอัปสรอันอยู่ในวิมานทองโดยไม่ยากเลย ชายเหล่าใด ไม่ต้องการหญิง ประพฤติพรหมจรรย์ ชายเหล่านั้นพึงได้คติที่ก้าวล่วงเสียซึ่งกามธาตุ รูปธาตุ สมภพและคติที่เข้าถึงวิสัยความปราศจากราคะ โดยไม่ยากเลย ชายเหล่าใด ไม่ต้องการหญิง ประพฤติพรหมจรรย์ ชายเหล่านั้นเป็นผู้ดับแล้ว สะอาด พึงได้นิพพานอันเกษม อันก้าวล่วงเสียซึ่งทุกข์ทั้งปวง ล่วงส่วน ไม่หวั่นไหว ไม่มีอะไรปรุงแต่ง โดยไม่ยากเลย (๔๔/๑๗๖-๑๗๙ กุณาลชาดก) |
|
๒๔. บุรุษไม่ถูกผีสิง ย่อมไม่ควรจะเชื่อหญิงผู้หยาบช้า ใจเบา ไม่รู้จักคุณคน มักประทุษร้ายมิตร หญิงเหล่านั้น ย่อมไม่รู้จักกิจที่ทำแล้วและกิจที่ยังไม่ได้ทำ ไม่รู้จักมารดาบิดาหรือพี่น้อง ไม่ใช่อารยชน ก้าวล่วงธรรมเสียแล้ว ย่อมไปตามอำนาจจิตของตนถ่ายเดียว (๔๓/๔๖๗ จุลลกุณาลชาดก) |
|
๒๕. บัณฑิตจะพึงวางใจอย่างไรได้ว่า หญิงนี้เรารักษาไว้ดีแล้ว วิธีที่จะป้องกันรักษาหญิงผู้มีหลายใจ ไม่พึงมีโดยแท้ เพราะว่าหญิงเหล่านั้น มีอาการคล้ายกันเหวที่เรียกกันว่าบาดาล บุรุษผู้ประมาทในหญิงเหล่านั้น ย่อมถึงความพินาศทั้งนั้น เพราะเหตุนั้นแหละ ชนเหล่าใด ไม่เที่ยวคลุกคลีกับมาตุคาม ชนเหล่านั้นมีความสุข ปราศจากความโศก ความประพฤติไม่คลุกคลีกับมาตุคามนี้ เป็นคุณนำความสุขมาให้ บุคคลผู้ปรารถนาความเกษมอันอุดม ไม่พึงทำความเชยชิดสนิทสนมกับมาตุคามเลย (๔๒/๓๘๘-๓๘๙ สมุคคชาดก) |

| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๒๖. ธรรมดาสตรีมีปรกติหมุนเวียน มีมายามาก มักทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมทำนักพรตให้จมลง ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล สตรีทั้งหลายมีวาจาไพเราะ มีสัมภาสอ่อนหวาน ยากที่จะให้เต็มได้ เสมอด้วยแม่น้ำ สตรีทั้งหลายย่อมเข้าไปส้องเสพบุรุษใด ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อมพลันตามเผาพลาญบุรุษนั้น เหมือนไฟป่าเผาสถานที่ตนเอง ฉะนั้น (๔๓/๖๖๙-๖๗๐ มหาปโลภนชาดก) |
|
๒๗. หญิงเหล่านี้ดีแต่เมื่อยังไม่เข้าไปใกล้ เมื่อเข้าไปใกล้นำความฉิบหายมาให้เป็นนิตย์ทีเดียว เราออกจากป่ามาสู่บ้าน เข้าไปสู่เรือนแห่งญาติแล้ว ไม่ได้อำลาใครๆ ออกจากเรือนนั้น หนีมาแล้ว (๔๑/๓๗๔ โปสิยเถรคาถา) |
|
๒๘. เราติเตียนบุรุษผู้มีลูกศรเป็นอาวุธ ยิงปล่อยไปเต็มกำลัง เราติเตียนชนบทที่มีหญิงเป็นผู้นำ อนึ่ง สัตว์เหล่าใด ตกอยู่ในอำนาจของหญิงทั้งหลาย สัตว์เหล่านั้นบัณฑิตติเตียนแล้ว (๔๒/๕-๖ กัณฑินชาดก) |
|
๒๙. บุคคลพึงสนทนาด้วยเพชฌฆาตก็ดี ด้วยปิศาจก็ดี พึงถูกต้องอสรพิษที่กัดตายก็ดี ก็ไม่ร้ายแรงเหมือนสนทนาสองต่อสองด้วยมาตุคามเลย พวกหญิงย่อมผูกพันชายผู้ลุ่มหลงด้วยการมองดู การหัวเราะ การนุ่งห่มลับล่อ และการพูดอ่อนหวาน มาตุคามนี้ มิใช่ผูกพันเพียงเท่านี้ แม้บวมขึ้น ตายไปแล้ว ก็ยังผูกพันชายได้ กามคุณ ๕ นี้ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ อันเป็นที่รื่นรมย์ใจ ย่อมปรากฏในรูปหญิง เหล่าชนผู้ถูกห้วงกามพัด ไม่กำหนดให้รู้กาม มุ่งคติในกาล และภพน้อยภพใหญ่ในสงสาร ส่วนชนเหล่าใดกำหนดรู้กาม ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ เที่ยวไป คนเหล่านั้นบรรลุถึงความสิ้นอาสวะ ย่อมข้ามฝั่งสงสารในโลกได้ (๓๓/๙๙ มาตุปุตติกสูตร) |
|
๓๐. ขึ้นชื่อว่าหญิงในโลกนี้เลวทราม เพราะหญิงเหล่านั้นไม่มีเขตแดน มีแต่ความกำหนัดยินดี คึกคะนองไม่เลือก เหมือนกับไฟที่ไหม้ไม่เลือก ฉะนั้น เราจักทิ้งหญิงเหล่านั้นไปบวชพอกพูนวิเวก (๔๒/๒๖ อาสาตมันตชาดก) |
|
๓๑. ธรรมดาว่าหญิงเหล่านี้ เป็นผู้ยังบุรุษให้งงงวย มีมารยามาก และยังพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมจะจมลงในอบาย บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้ว พึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล (๔๒/๑๔๐ จุลลปโลภนชาดก) |
|
๓๒. ธรรมดาว่าหญิงเป็นคนมักโกรธ ไม่รู้จักคุณ ชอบส่อเสียด ชอบยุยงให้แตกกัน ดูกรภิกษุ ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด ท่านจะไม่เสื่อมจากสุข (๔๒/๒๖ ตักกชาดก) |
|
๓๓. มาตุคามในโลกนี้ เวลาเช้า มีใจอันมลทิน คือ ความตระหนี่กลุ้มรุม อยู่ครองเรือน ๑ เวลาเที่ยง มีใจอันริษยากลุ้มรุม อยู่ครองเรือน ๑ เวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุม อยู่ครองเรือน ๑ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ อย่างนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก (๓๑/๔๕๒ อนุรุทธสูตร) |

|
ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๓๔. ภิกษุพึงปฏิบัติต่อมาตุคาม ๓ ประการ คือ (๑) การไม่เห็น (ไม่มองดู) (๒) ถ้าจำเป็นต้องเห็น ก็ไม่พึงเจรจาด้วย (๓) ถ้าจำเป็นต้องเจรจา พึงตั้งสติไว้ (๕๑/๑๘๙-๑๙๐ มหาปรินิพพานสูตร) |
|
๓๕. บุคคลผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร พึงเข้าไปใกล้เรือนใด พึงรู้กุศล คือ อโคจร ๕ ที่ควรเว้นในสกุลนั้น บุคคลเข้าไปสู่ตระกูลอื่นเพื่อปานะหรือโภชนะแล้ว พึงรู้จักประมาณบริโภคแต่พอควร และไม่พึงใส่ใจในรูปหญิง (๔๓/๕๐๙ จุลลนารทกัสสปชาดก) |
|
๓๖. เบญจกามคุณอันน่ารื่นรมย์ใจเหล่านี้ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่มีปรากฏอยู่ในรูปร่างหญิง ย่อมล่อลวงปุถุชนให้ลำบาก เหมือนพรานเนื้อแอบดักเนื้อด้วยเครื่องดัก พรานเบ็ดจับปลาด้วยเบ็ด บุคคลจับวานรด้วยเครื่องล่อ ฉะนั้น ปุถุชนเหล่าใด มีจิตกำหนัด เข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น ปุถุชนเหล่านั้น ย่อมยังสงสาร(การเวียนว่ายตายเกิด) อันน่ากลัวให้เจริญ ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก ส่วนผู้ใดงดเว้นหญิงเหล่านั้น เหมือนบุคคลสลัดหัวงูด้วยเท้า ผู้นั้นเป็นผู้มีสติ ระงับตัณหาอันซ่านไปในโลกเสียได้ เห็นโทษในกาม ทั้งเห็นการออกบรรพชาโดยความเกษม สลัดตนจากกามทั้งปวงแล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ (๔๑/๔๗๙-๔๘๐ สัพพกามเถรคาถา) |
|
๓๗. บุคคลผู้กำหนัดยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะของหญิง ย่อมต้องประสบทุกข์มีประการต่างๆ กระแสตัณหาในหญิงทั้งปวง ย่อมไหลไปในทวารทั้ง ๕ ของบุรุษ ผู้ใดมีความเพียร อาจทำการป้องกันกระแสตัณหาเหล่านั้นได้ (๔๑/๕๓๗-๕๓๘ ปาราสริยเถรคาถา) |
|
๓๘. มุนีเหล่าใด ย่อมไม่พัวพันในหญิงทั้งหลาย มุนีเหล่านั้นย่อมนอนหลับเป็นสุข สัจจะที่ได้ยากแสนยากในหญิงเหล่าใด หญิงเหล่านั้นอันบุคคลต้องรักษาทุกเมื่อแท้ (๔๑/๔๑๑ โคตมเถรคาถา) |
|
๓๙. ดูกรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าปวงชน แท้จริง แม้สตรีบางคนก็เป็นผู้ประเสริฐ สตรีที่มีปัญญา มีศีล ปฏิบัติแม่ผัวพ่อผัวดังเทวดา จงรักสามี บุรุษที่เกิดจากสตรีนั้น ย่อมเป็นคนแกล้วกล้า เป็นเจ้าแห่งทิศได้ บุตรของภริยาดีเช่นนั้น แม้ราชสมบัติก็ครอบครองได้ (๒๓/๑๖๙ ธีตุสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับพระเจ้าปเสนทิโกศล) |
หมวดถัดไป ๓.๙ หมวดคฤหัสถ์กับบรรพชิต
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

