
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๗. นรชนเหล่าใด ฉลาดในธรรม ย่อมนอบน้อมคนผู้เจริญ นรชนเหล่านั้นเป็นผู้ได้รับความสรรเสริญในปัจจุบันนี้ และมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า (๔๒/๑๖ ติตติรชาดก) |
|
๘. ในที่ใดไม่มีคนสงบ ที่นั้นไม่ชื่อว่สภา คนเหล่าใดไม่กล่าวธรรม คนเหล่านั้นไม่ชื่อว่าคนสงบ คนสงบละราคะ โทสะ และโมหะแล้ว กล่าวธรรมอยู่ (๒๔/๓๗๒-๓๗๓ โขมทุสสสูตร) |
|
๙. คนฉลาดทำสิ่งใดก็พูดถึงสิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งใดก็ไม่พูดถึงสิ่งนั้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมรู้จักคนที่ไม่ทำดีแต่พูด (๔๒/๑๙๒ สุจจชชาดก) |
|
๑๐. ชนเหล่าใดมีความรู้ในธรรมอันหาสาระมิได้ว่าเป็นสาระ และมีปรกติเห็นในธรรมอันเป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ ชนเหล่านั้นมีความดำริผิดเป็นโคจร ย่อมไม่บรรลุธรรมอันเป็นสาระ (๓๘/๒๑ คาถาธรรมบท) |
|
๑๑. ชนใดไม่มีใครถาม ย่อมบอกศีลและวัตรของตนแก่ชนเหล่าอื่น ผู้ฉลาดทั้งหลายกล่าวชนนั้นว่าไม่มีอริยธรรม อนึ่ง ชนใดย่อมบอกตนเอง ผู้ฉลาดทั้งหลายก็กล่าวชนนั้นว่าไม่มีอริยธรรม (๔๖/๑๐๒-๑๐๓ ทุฏฐัฏฐกสุตตนิเทส) |
|
๑๒. คนที่เป็นชายมีการศึกษาเล่าเรียนมาน้อย ย่อมแก่เปล่า เหมือนกับโคที่มีกำลัง แต่เขาไม่ได้ใช้งาน ฉะนั้น เนื้อย่อมเจริญแก่เขา ปัญญาไม่เจริญแก่เขา ผู้ใดเล่าเรียนมามาก ดูหมิ่นผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนมาน้อยด้วยการสดับ แต่เขาไม่ได้ปฏิบัติตามที่ได้เล่าเรียนมา ย่อมปรากฏแก่เรา เหมือนคนตาบอดถือดวงไฟไปฉะนั้น (๔๑/๕๙๓ อานันทเถรคาถา) |
|
๑๓. ผู้ใดไม่ทำตามคำของบุคคลผู้หวังความเกื้อกูล ช่วยชี้ประโยชน์ให้ ผู้นั้นเป็นผู้เลวทรามต่ำช้า (๔๒/๓๐๔ มโนชชาดก) |
|
๑๔. อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลผู้ตามเพ่งโทษผู้อื่น มีความสำคัญในการยกโทษเป็นนิตย์ บุคคลนั้น เป็นผู้ไกลจากความสิ้นอาสวะ (๓๘/๖๓ คาถาธรรมบท) |

