พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

     ๑. ตนแลเป็นที่พึ่งของตน บุคคลอื่นไรเล่าพึงเป็นที่พึ่งได้ เพราะว่า บุคคลมีตนฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งอันได้โดยยาก

     (๓๘/๔๗ คาถาธรรมบท)

     ๒. ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ตนแลเป็นคติของตน เพราะเหตุนั้น ท่านจงสำรวมตน เหมือนพ่อค้าระวังม้าดีไว้ ฉะนั้น

     (๓๘/๘๖ คาถาธรรมบท)

     ๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีตนเป็นที่พึ่ง มีตนเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ จงเป็นผู้มีธรรมเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะอยู่เถิด

     (๒๖/๖๔ อัตตทีปสูตร)

     ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าเป็นผู้ไม่มีที่พึ่งอยู่เลย (เพราะว่า) บุคคลไม่มีที่พึ่ง ย่อมอยู่เป็นทุกข์

         ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเป็นที่พึ่ง ๑๐ ประการนี้ คือ

            (๑) เป็นผู้มีศีล

            (๒) ผู้เป็นพหูสูต

            (๓) เป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี

            (๔) เป็นผู้ว่าง่าย

            (๕) เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในกิจที่ควรทำ

            (๖) เป็นผู้ใคร่ธรรม เป็นผู้ฟังและแสดงธรรมอันเป็นที่รัก

            (๗) เป็นผู้ปรารภความเพียร

            (๘) เป็นผู้สันโดษ

            (๙) เป็นผู้มีสติ

            (๑๐) เป็นผู้มีปัญญา

     (๓๗/๔๔-๔๖ นาถสูตร)

     ๕. ความชั่วที่ตนทำไว้เอง เกิดแก่ตน มีตนเป็นแดนเกิด ย่อมย่ำยีคนมีปัญญาทราม ดุจเพชรย่ำยีแก้วมณีที่เกิดแต่หิน ฉะนั้น

         กรรมไม่ดีและไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย ส่วนกรรมใด เป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย กรรมนั้นแล ทำได้ยากยิ่ง

     (๓๘/๔๗ คาถาธรรมบท)


     ๖. ความชั่วอันบุคคลกระทำด้วยตน บุคคลนั้นจักเศร้าหมองด้วยตนเอง ความชั่วอันบุคคลไม่กระทำด้วยตน บุคคลนั้นจะบริสุทธิ์ด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน ผู้อื่นไม่พึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ได้

     (๔๖/๕๓ คุหัฏฐกสุตตนิเทส)

     ๗. บุคคลพึงยังตนนั้นแลให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อน พึงพร่ำสอนผู้อื่นในภายหลัง บัณฑิตไม่พึงเศร้าหมอง หากว่าพึงทำตนเหมือนอย่างที่ตนพร่ำสอนคนอื่น

     (๓๘/๔๖-๔๗ คาถาธรรมบท)

     ๘. โทษของผู้อื่นเห็นได้ง่าย ส่วนโทษของตนเห็นได้ยาก เพราะว่าบุคคลนั้นย่อมโปรยโทษของคนอื่น ดุจบุคคลโปรยแกลบ แต่ปกปิดโทษของตนไว้ เหมือนพรานนกปกปิดอัตภาพด้วยกิ่งไม้ ฉะนั้น

     (๓๘/๖๓ คาถาธรรมบท)

     ๙. บุคคลย่อมทำความดีและความชั่วด้วยตนเอง คนอื่นจะทำความดีหรือความชั่วให้แก่คนอื่นไม่ได้เลย

     (๔๒/๒๗๙ สิริกาฬกัณณิชาดก)

     ๑๐. จงเตือนตนด้วยตนเอง จงสงวนตนด้วยตนเอง ดูกรภิกษุ เธอนั้นผู้มีตนอันคุ้มครองแล้ว มีสติ จักอยู่เป็นสุข

     (๓๘/๘๖ คาถาธรรมบท)

     ๑๑. ผู้ใดมัวพะวงอยู่ว่า นี้เป็นที่รักของเรา ทำตนให้เหินห่างจากความดี ย่อมไม่ได้ประสบสิ่งที่รักทั้งหลาย ตนแลประเสริฐที่สุด ประเสริฐอย่างยอดเยี่ยม ด้วยว่าผู้มีตนอันอบรมแล้ว จะพึงได้สิ่งที่ตนรักในภายหลัง

     (๔๔/๒๐๑ มหาสุตโสมชาดก)

 

หมวดถัดไป  ๓.๒ หมวดบุคคล

กลับสู่เมนู  อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

เชิญร่วมบุญ