

| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๗. เชิญท่านดูร่างกายอันมีกระดูก ๓๐๐ ท่อน ซึ่งมีเอ็นใหญ่น้อยผูกขึ้นเป็นโครงตั้งไว้ อันบุญกรรมตกแต่งให้วิจิตร มีแผลทั่วทุกแห่งกระสับกระส่าย คนโง่เขลาพากันดำริเป็นอันมาก ไม่มีความยั่่งยืนตั้งมั่น (๔๑/๕๙๒ อานันทเถรคาถา) |
|
๘. กายประกอบแล้วด้วยกระดูกและเอ็น ฉาบด้วยหนังและเนื้อ ปกปิดด้วยผิวเต็มด้วยไส้ อาหาร มีก้อนตับ มูตร หัวใจ ปอด ม้าม ไต น้ำมูก น้ำลาย เหงื่อ มันข้น เลือด ไขข้อ ดี เปลวมัน อันปุถุชนผู้เป็นพาล ย่อมไม่เห็นตามความเป็นจริง อนึ่ง ของอันไม่สะอาดย่อมไหลออกจากช่องทั้งเก้าของกายนี้ทุกเมื่อ คือ ขี้ตาจากตา ขี้หูจากหู และน้ำมูกจากจมูก บางคราวย่อมสำรอกออกจากปาก ดีและเสลดย่อมสำรอกออก เหงื่อและหนองฝีซึมออกจากกาย อนึ่ง อวัยวะเบื้องสูงของกายนี้เป็นโพรง เต็มด้วยมันสมอง คนพาลถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว ย่อมสำคัญกายนั้นโดยความเป็นของสวยงาม ก็เมื่อใด เขาตายขึ้นพอง มีสีเขียว ถูกทิ้งไว้ในป่า เมื่อนั้น ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงใย สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก หมาป่า หมู่หนอน กา แร้ง และสัตว์เหล่าอื่น ย่อมกัดกินกายนั้น ภิกษุในศาสนานี้ ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว มีความรู้ชัด เธอย่อมกำหนดรู้กายนี้ ย่อมเห็นตามความเป็นจริงทีเดียว สรีระที่มีวิญญาณนี้ เหมือนสรีระที่ตายแล้วนั้น สรีระที่ตายแล้วนั้้น เหมือนสรีระที่มีวิญญาณนี้ ภิกษุพึงคลายความพอใจในกายเสียทั้งภายในและภายนอก ภิกษุนั้นมีความรู้ชัดในศาสนานี้ ไม่ยินดีแล้วด้วยฉันทราคะ ได้บรรลุอมฤตบท สงบ ดับ ไม่จุติ การนี้มีสองเท้า ไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น อันบุคคลบริหารอยู่ เต็มไปด้วยซากศพต่างๆ ถ่ายของไม่สะอาด มีน้ำลายและน้ำมูกเป็นต้น ให้ไหลออกจากทวารทั้งเก้าและขับเหงื่อไคลให้ไหลออกจากขุมขนนั้นๆ ผู้ใดพึงสำคัญเพื่อยกย่องตัวหรือพึงดูหมิ่นผู้อื่น จักมีอะไร นอกจากการไม่เห็นอริยสัจ (๓๙/๔๙๔-๔๙๕ วิชยสูตร) |
|
๙. ร่างกายนี้ เต็มไปด้วยของอากูลและของอันเป็นมลทินต่างๆ มีหลุมคูถใหญ่เป็นที่เกิด เป็นดุจบ่อน้ำครำอันมีมานมนาน เป็นดุจฝีใหญ่ เป็นดุจแผลใหญ่ เต็มไปด้วยหนองและเลือด เต็มไปด้วยหลุมคูถ มีน้ำไหลออกเป็นนิตย์ มีของเน่าไหลออกทุกเมื่อ กายอันเปื่อยเน่านี้ รัดรึงด้วยเอ็นใหญ่ ๖๐ เส้น ฉาบทาด้วยเครื่องฉาบทา คือ เนื้อ หุ้มห่อด้วยเสื้อ คือหนัง เป็นของหาประโยชน์มิได้ เป็นของสืบต่อกันด้วยร่างกระดูก เกี่ยวร้อยด้วยด้าย คือ เส้นเอ็น เปลี่ยนอิริยาบถได้เพราะยังมีเครื่องประกอบพร้อม (๔๑/๕๐๓-๕๐๔ กัปปเถรคาถา) |
|
๑๐. สัตว์สองเท้านี้เป็นสัตว์ไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น เต็มไปด้วยซากศพต่างๆ มีของโสโครกไหลออกทั่วกาย ต้องบริหารอยู่เป็นนิตย์ (๔๑/๔๗๙ สัพพกามเถรคาถา) |
|
๑๑. ท่านจงดูร่างกายอันกระสับกระส่าย ไม่สะอาด เป็นของเปื่อยเน่า มีของโสโครกไหลเข้าไหลออกอยู่ อันหมู่คนพาลพากันชื่นชมนัก (๔๑/๔๖๘ กุลลเถรคาถา) |
|
๑๒. ร่างกายนี้เต็มไปด้วยหนอง เลือดและซากศพเป็นอันมาก เป็นของอันนายช่างผู้ฉลาดทำไว้ เป็นของเกลี้ยงเกลาวิจิตรงดงามแต่ภายนอก ภายในเต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีคูถเป็นต้น ดัง สมุค ฉะนั้น คนพาลย่อมไม่รู้สึกว่า ร่างกายนี้เป็นของเผ็ดร้อน มีรสหวาน เป็นที่ยินดีเกี่ยวพันด้วยความรัก เป็นทุกข์ เป็นของฉาบไล้ไว้ด้วยสิ่งที่หน้าชื่นใจ เหมือนมีดโกนอันทาแล้วด้วยน้ำผึ้ง ฉะนั้น (๔๑/๕๓๗ ปาราสริยเถรคาถา) |

