พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

     ๑. การไม่ทำบาปทั้งสิ้น ๑ การยังกุศลให้ถึงพร้อม ๑ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ๑ นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

     (๑๕/๖๙ มหาปทานสูตร)

     ๒. การไม่ว่าร้ายกัน ๑ การไม่เบียดเบียนกัน ๑ การสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑ ความเป็นผู้รูัจักประมาณในภัต ๑ ที่นอนและที่นั่งอันสงัด ๑ การประกอบความเพียรในอธิจิต ๑ นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

     (๓๘/๑๗๘ ปิณดฑลภารทวาชสูตร)

     ๓. การประพฤติธรรมเป็นความดี การประพฤติสม่ำเสมอเป็นความดี การประพฤติกุศลเป็นความดี การทำบุญเป็นความดี การไม่เบียดเบียนเป็นความดี การอนุเคราะห์แก่หมู่สัตว์เป็นความดี

     (๑๕/๓๙ มหาปทานสูตร)

     ๔. การฟังเป็นความดี ความประพฤติมักน้อยเป็นความดี การอยู่โดยไม่ห่วงใยเป็นความดีทุกเมื่อ การถามสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นความดี การทำตามโอวาทโดยเคารพเป็นความดี กิจมีการฟังเป็นต้นนี้ เป็นเครื่องสงบของผู้ไม่มีกังวล

     (๔๑/๓๗๔ กุมาปุตตเถรคาถา)

     ๕. คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่งาม พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไป ไม่งาม บัณฑิตมีความโกรธเป็นเจ้าเรือน ก็ไม่งาม

     (๔๒/๒๐๕ รถลัฏฐิชาดก)

     ๖. บุคคลย่อมข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา ย่อมข้ามอรรณพได้ด้วยความไม่ประมาท ย่อมล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา

     (๓๙/๔๙๒ อาฬวกสูตร)

     ๗. ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลกนี้ ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว นำความสุขมาให้ ความจริงเท่านั้นเป็นรสที่ดียิ่งกว่ารสทั้งหลาย คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญานักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ

     (๒๓/๗๙ วิตตสูตร)

     ๘. สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความเข้าไปสงบสังขารเหล่านี้เป็นสุข

     (๒๔/๓๑๘ ปรินิพพานสูตร)


ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner)

     ๙. บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ความรู้เป็นประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป อวิชชาเป็นประเสริฐ บรรดาสัตว์ที่เดินด้วยเท้า พระสงฆ์เป็นประเสริฐ บรรดาชนที่แถลงคารม พระพุทธเจ้าเป็นประเสริฐ

     (๒๓/๘๐ วุฏฐิสูตร)

     ๑๐. กายนี้มีความแตกเป็นที่สุด วิญญาณมีการคลายไปเป็นธรรมดา ขันธบัญจกทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา

     (๓๘/๓๘๗-๓๘๘ ภินทนสูตร)

     ๑๑. ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี โทษเสมอด้วยโทสะไม่มี ทุกข์เช่นด้วยขันธ์ไม่มี สุขยิ่งกว่าความสงบไม่มี ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

     (ภ๘/๕๔-๕๕ คาถาธรรมบท)

     ๑๒. การสรรเสริญจากคนพาลกับการติเตียนจากนักปราชญ์ การติเตียนจากนักปราชญ์ประเสริฐกว่า การสรรเสริญจากคนพาลจะประเสริฐอะไร

           ความสุขอันเกิดจากกามคุณกับความทุกข์อันเกิดจากวิเวก ความทุกข์อันเกิดจากวิเวกประเสริฐกว่า ความสุขอันเกิดจากกามคุณจะประเสริฐอะไร

           ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรมกับความตายโดยธรรม ความตายโดยธรรมประเสริฐกว่า ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรมจะประเสริฐอะไร

     (๔๑/๕๒๓-๕๒๔ โคทัตตเถรคาถา)

     ๑๓. สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้มีจิตตั้งมั่น ผู้รู้ทั่ว มีสติ ย่อมรู้ชัดซึ่งเวทนา เหตุเกิดแห่งเวทนา ย่อมรู้ชัดซึ่งธรรมเป็นที่ดับแห่งเวทนา และมรรคอันให้ถึงความสิ้นไปแห่งเวทนา ภิกษุหายหิวแล้ว ดับรอบแล้ว เพราะความสิ้นไปแห่งเวทนาทั้งหลาย

     (๓๘/๓๕๖ เวทนาสูตร)

     ๑๔. ผู้ใดแลทำธรรมให้เป็นธง แต่ซ่อมความประพฤติไม่ดีไว้ล่อผู้อื่นให้ตายใจ ความประพฤติของผู้นั้นชื่อว่า เป็นความประพฤติของแมว

     (๔๒/๕๒ มูสิกชาดก) 

     ๑๕. เหตุอย่างเดียวกันนั่นแหละเป็นผลดีแก่คนคนหนึ่ง แต่เป็นผลร้ายแก่อีกคนหนึ่งได้ เพราะฉะนั้น เหตุอย่างเดียวกันมิใช่ว่าจะเป็นผลดีไปทั้งหมด และมิใช่ว่าจะเป็นผลร้ายไปทั้งหมด

     (๔๒/๕๑-๕๒ อสิลักขณชาดก)

     ๑๖. ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งหลาย ผู้สำรวมแล้ว ย่อมสรรเสริญยัญชนิดที่กระทำเป็นหมวด ไม่มีความริเริ่ม ควรโดยกาลเช่นนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลาย ผู้ฉลาดต่อบุญ ผู้มีกิเลสเพียงดังว่าหลังคาอันเปิดแล้วในโลก ผู้ล่วงเลยตระกูลและคติไปแล้ว ย่อมสรรเสริญยัญชนิดนี้

           ถ้าบุคคลกระทำการบูชาในยัญ หรือในมตกทานตามสมควร มีจิตเลื่อมใสบูชาในเนื้อนาอันดี คือ พรหมจารีบุคคลทั้งหลาย ยัญที่บุคคลบูชาดีแล้ว เซ่นสรวงดีแล้ว สมบูรณ์แล้ว อันบุคคลกระทำแล้วในทักขิเณยยบุคคลทั้งหลาย ย่อมเป็นยัญไพบูลย์ และเทวดาย่อมเลื่อมใส

           บัณฑิตผู้มีเมธาเป็นผู้มีศรัทธา มีใจอันสละแล้ว บูชายัญอย่างนี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกอันปราศจากความเบียดเบียน เป็นสุข

     (๓๒/๗๓-๗๔ อุทายสูตร)


ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner)

     ๑๗. ความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ของชนทั้งหลาย ผู้อันผัสสะครอบงำแล้ว ผู้แล่นไปตามกระแสแห่งภวตัณหา ผู้ดำเนินไปแล้วสู่หนทางผิด ย่อมอยู่ห่างไกล

           ส่วนชนเหล่าใดกำหนดรู้ผัสสะด้วยปัญญา ยินดีแล้วในธรรมเป็นที่เข้าไปสงบ ชนแม้เหล่านั้น เป็นผู้หายหิว ดับรอบแล้ว เพราะการดับแห่งผัสสะ

     (๓๙/๖๓๗ ทวยตานุปัสสนาสูตร)

     ๑๘. ขึ้นชื่อว่าความลับไม่มีในโลก สำหรับผู้ทำบาปกรรม ดูกรบุรุษ จริงหรือเท็จ ตัวของท่านเองย่อมจะรู้ได้ แน่ะผู้เจริญ ท่านสามารถที่จะทำความดีได้หนอ แต่ท่านดูหมิ่นตนเองเสีย

           อนึ่ง ท่านได้ปกปิดความชั่วซึ่งมีอยู่ในตน ท่านนั้นซึ่งเป็นคนพาล ประพฤติตึงๆ หย่อนๆ อันเทวดาและพระตถาคตย่อมเห็นได้

           เพราะฉะนั้นแหละ คนที่มีตนเป็นใหญ่ ควรมีสติเที่ยวไป คนที่มีโลกเป็นใหญ่ ควรมีปัญญาและเพ่งพินิจ และคนที่มีธรรมเป็นใหญ่ ควรเป็นผู้ประพฤติโดยสมควรแก่ธรรม มุนีผู้มีความบากบั่นอย่างจริงจังย่อมจะไม่เลวลง

           อนึ่ง บุคคลใดมีความเพียร ข่มขี่มาร ครอบงำมัจจุผู้ทำที่สุดเสียได้ แล้วถูกต้องธรรมอันเป็นที่สิ้นชาติ บุคคลผู้เช่นนั้น ย่อมเป็นผู้รู้แจ้งโลก มีเมธาดี เป็นมุนีผู้หมดความทะยานอยากในธรรมทั้งปวง

     (๓๑/๒๓๖-๒๓๗ อธิปไตยสูตร)

     ๑๙. ถ้าว่าปราชญ์พึงเห็นความสุขอันไพบูลย์เพราะสละความสุขพอประมาณไซร้ เมื่อปราชญ์เห็นความสุขอันไพบูลย์ พึงสละความสุขพอประมาณเสีย

     (๓๘/๑๑ ติโรกุฑฑกัณฑ์)

     ๒๐. การให้ ๑ ความเป็นผู้มีวาจาน่ารัก ๑ ความประพฤติประโยชน์ในโลกนี้ ๑ ความเป็นผู้มีตนสม่ำเสมอในธรรมนั้นๆ ตามสมควร ๑ ธรรมเหล่านี้แล เป็นเครื่องสงเคราะห์โลก ประดุจสลักเพลาควบคุมรถที่แล่นไปอยู่ไว้ได้ ฉะนั้น

           ถ้าธรรมเครื่องสงเคราะห์เหล่านี้ ไม่พึงมีไซร้ มารดาหรือบิดาไม่พึงได้ความนับถือหรือบูชาเพราะเหตุแห่งบุตร ก็เพราะเหตุที่บัณฑิตพิจารณาเห็นธรรมเครื่องสงเคราะห์เหล่านี้ ฉะนั้น พวกเขาจึงถึงความเป็นใหญ่ และเป็นที่น่าสรรเสริญ

     (๓๒/๕๕ สังคหสูตร)

     ๒๑. พวกคนไขน้ำก็ไขน้ำไป ช่างศรก็ดัดลูกศร พวกช่างถากก็ถากไม้ พวกบัณฑิตผู้มีวัตรอันงามก็ฝึกฝนตน

     (๔๑/๓๖๗ กุฬเถรคาถา)

     ๒๒. ท่านจงพยายามตัดกระแสตัณหา จงบรรเทากามเสียเถิดพราหมณ์  มุนีไม่ละกาม ย่อมไม่เข้าถึงความที่จิตแน่วแน่ได้

           ถ้าบุคคลจะพึงทำความเพียร พึงทำความเพียรนั้นจริงๆ พึงบากบั่นทำความเพียรนั้นให้มั่น เพราะว่าการบรรพชาที่ปฏิบัติย่อหย่อน ยิ่งเรี่ยรายโทษดุจธุลี

           ความชั่วไม่ทำเสียเลยประเสริฐกว่า ความชั่วย่อมเผาผลาญในภายหลัง ก็กรรมใดทำแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นเป็นความด่ี ทำแล้วประเสริฐกว่า

           หญ้าคาอันบุคคลจับไม่ดี ย่อมบาดมือนั่นเอง ฉันใด ความเป็นสมณะอันบุคคลปฏิบัติไม่ดี ย่อมฉุดเข้าไปเพื่อเกิดในนรก

           กรรมอันย่อหย่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง วัตรอันใดที่เศร้าหมอง และพรหมจรรย์ที่น่ารังเกียจ ทั้งสามอย่างนั้น ไม่มีผลมาก

     (๒๓/๙๕-๙๖ ตายนสูตร)


ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner)

     ๒๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย โรค ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ โรคทางกาย ๑ โรคทางใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคด้วยโรคทางกายตลอดปีหนึ่งมีปรากฎ ผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคด้วยโรคทางกายตลอด ๒ ปีบ้าง ๓ ปีบ้าง ๔ ปีบ้าง ๕ ปีบ้าง ๑๐ ปีบ้าง ๒๐ ปีบ้าง ๓๐ ปีบ้าง ๔๐ ปีบ้าง ๕๐ ปีบ้าง ผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคด้วยโรคทางกายแม้ยิ่งกว่า ๑๐๐ ปีบ้าง มีปรากฎ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดปฏิญาณความไม่มีโรคทางใจแม้คู่หนึ่ง สัตว์เหล่านั้นหาได้ยากในโลก เว้นจากพระขีณาสพ

     (๓๒/๒๓๗-๒๓๘ อินทรียวรรค)

     ๒๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดมารดาบิดาอยู่ร่วมกันด้วย มารดามีระดูด้วย ทารกที่จะมาเกิดก็ปรากฏด้วย เพราะความประชุมพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการอย่างนี้ ความเกิดแห่งทารกจึงมี

     (๑๘/๕๕๒ มหาตัณหาสังขยสูตร)

     ๒๕. หน่อไม้มียอดอันงอกงาม เจริญด้วยกิ่งก้านโดยรอบ ย่อมเป็นของที่บุคคลขุดขึ้นได้โดยยาก ฉันใด เมื่อคุณแม่นำภรรยามาให้แก่ฉันแล้ว ถ้าฉันมีบุตรหรือธิดาขึ้น ก็ยากที่จะถอนตนขึ้นออกบวชได้ ฉันนั้น เพราะฉะนั้นฉันจะออกบวชในบัดนี้

     (๔๑/๓๘๘ อาตุมเถรคาถา)

หมวดถัดไป  ๒.๑ หมวดจิต

กลับสู่เมนู  อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่ 

 

เชิญร่วมบุญ