
|
๑. ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์แปดเป็นทางอันเกษม (๑๙/๓๒๔-๓๒๕ มาคัณฑิยสูตร) |
|
๒. บุญย่อมเจริญแก่ผู้ให้ เวรย่อมไม่ก่อแก่ผู้สำรวมอยู่ คนฉลาดเทียว ย่อมละกรรมอันลามก เขาดับแล้วเพราะราคะ โทสะ โมหะ สิ้นไป (๑๕/๑๘๔ มหาปรินิพพานสูตร) |
|
๓. คนข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา ข้ามอรรณพได้ด้วยความไม่ประมาท ล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร บริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา (๒๔/๔๓๕ อาฬวกสูตร) |
|
๔. ธงเป็นสง่าของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฏของไฟ พระราชาเป็นสง่าของแว่นแคว้น ภัสดาเป็นสง่าของสตรี (๒๓/๗๙ รถสูตร) |
|
๕. ศรัทธาย่อมรวบรวมไว้ซึ่งสะเบียง ศิริ (คือมิ่งขวัญ) เป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย ความอยากย่อมเสือกไสนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ในความอยากเหมือนนกติดบ่วง (๒๓/๘๔ ปาเถยยสูตร) |
|
๖. ศรัทธาเป็นเครื่องปลื้มใจอันประเสริฐที่สุดของบุรุษในโลกนี้ ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้ สัจจะแลเป็นรสยังประโยชน์ให้สำเร็จกว่ารสทั้งหลาย นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตของบุคคลผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่าประเสริฐที่สุด (๓๙/๔๙๒ อาฬวกสูตร) |
|
๗. ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยการงาน กำลังใจพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา (๒๓/๑๕๕-๑๕๖ ชฎิลสูตร) |
|
๘. บุคคลพึงศึกษาคำสุภาษิต การเข้าไปนั่งใกล้สมณะ การนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว และการสงบระงับจิต (๒ภ/๘๗ ปฐมกัสสปสูตร) |


| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๙. ความรักเสมอด้วยความรักตนไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกย่อมไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาย่อมไม่มี (๒๓/๑๒ นัตถิปุตตสมสูตร) |
|
๑๐. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐสุดกว่าสัตว์ ๒ เท้า สัตว์อาชาไนยประเสริฐสุดกว่าสัตว์ ๔ เท้า ภรรยาที่ปรนนิบัติดีประเสริฐสุดกว่าภรรยาทั้งหลาย บุตรใดเป็นผู้เชื่อฟังบุตรนั้นประเสริฐสุดกว่าบุตรทั้งหลาย (๒๓/๑๒ ขัตติยสูตร) |
|
๑๑. ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จจนกระทั่งชรา ศรัทธาตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย บุญอันโจรลักไปได้ยาก (๒๓/๖๗ ชราสูตร) |
|
๑๒. บุตรเป็นที่ตั้งของมนุษย์ทั้งหลาย ภรรยาเป็นสหายอย่างยิ่ง เหล่าสัตว์มีชีวิตที่อาศัยแผ่นดินอาศัยฝนเลี้ยงชีพอยู่ (๒๓/๖๙ วัตถุสูตร) |
|
๑๓. ราคะบัณฑิตกล่าวว่าเป็นทางผิด วัยสิ้นไปตามคืนและวัน หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ หมู่สัตว์นี้ย่อมติดอยู่ในหญิงนี้ ตบะและพรหมจรรย์นั้น มิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง (๒๓/๗๑ อุปปถสูตร) |
|
๑๔. เมื่อสงครามเกิดขึ้น ย่อมต้องการคนกล้าหาญ เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้นขึ้น ย่อมต้องการคนหนักแน่น เมื่อข้าวและน้ำมีบริบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก เมื่อข้อความลึกซึ้งเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต (๔๒/๓๘ มหาสารชาดก) |
|
๑๕. อำนาจเป็นใหญ่ในโลก หญิงเป็นสูงสุดแห่งภัณฑะทั้งหลาย ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก พวกโจรเป็นเสนียดในโลก โจรนำของไปอยู่ย่อมถูกห้าม แต่สมณะนำไปกลับเป็นที่รัก สมณะมาหาบ่อยๆ บัณฑิตยอมยินดีต้อนรับ (๒๓/๘๓ อิสสรสูตร) |
|
๑๖. รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม นามและโคตรย่อมไม่ทรุดโทรม ราคะท่านเรียกว่าทางผิด ความโลภเป็นอันตรายของธรรม วัยสิ้นไปตามคืนและวัน หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ หมู่สัตว์นี้ย่อมข้องอยู่ในหญิงนี้ ตบะและพรหมจรรย์ทั้งสองนั้น มิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง ในโลกมีช่องอยู่ ๖ ช่อง ที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้ คือ ความเกียจคร้าน ๑ ความประมาท ๑ ความไม่หมั่น ๑ ความไม่สำรวม ๑ ความมักหลับ ๑ ความอ้างเลสไม่ทำงาน ๑ พึงเว้นช่องทั้ง ๖ เหล่านั้นเสียโดยประการทั้งปวงเถิด (๒๓/๘๒ นชีรติสูตร) |
|
๑๗. ดูกรมหาบพิตร ศีล พึงทราบได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ความสะอาด พึงทราบได้ด้วยการปราศรัย กำลังใจ พึงทราบได้ในเพราะอันตราย ปัญญา พึงทราบได้ด้วยการสนทนา ก็ศีล ความสะอาด กำลังใจ ปัญญา พึงทราบได้โดยกาลนาน ไม่ใช่โดยกาลนิดหน่อย เมื่อมนสิการพึงทราบได้ ไม่มนสิการไม่พึงทราบ ผู้มีปัญญาพึงทราบได้ ผู้มีปัญญาทรามไม่พึงทราบ (๓๘/๒๒๔ ปฏิสัลลานสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับพระเจ้าปเสนทิโกศล) |
หมวดถัดไป ๑.๓ หมวดธรรมที่เป็นคู่ปรับกัน
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

