|
๑. นรชนพึงอยู่ในถิ่นที่เหมาะ พึงกระทำอริยชนให้เป็นมิตร ถึงพร้อมด้วยความตั้งตนไว้ชอบ มีบุญได้กระทำไว้แล้วในปางก่อน ธัญญชาติ ทรัพย์ ยศ ชื่อเสียง และความสุข ย่อมหลั่งไหลมาสู่นรชนนั้น (๓๒/๕๔ จักสูตร) |
|
๒. นรชนผู้มีอันจะตายเป็นสภาพ รู้ความไม่เป็นหนี้ว่าเป็นสุขแล้ว พึงระลึกถึงสุขเกิดแต่ความมีทรัพย์ เมื่อใช้สอยโภคะเป็นสุขอยู่ ย่อมเห็นแจ้งด้วยปัญญา ผู้มีเมธาดีเมื่อเห็นแจ้ง ย่อมรู้ส่วนทั้ง ๒ ว่า สุขแม้ทั้ง ๓ อย่างนี้ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ อันจำแนกแล้ว ๑๖ ครั้ง ของสุขเกิดแก่การประกอบการงานที่ปราศจากโทษ (๓๒/๑๑๕-๑๑๖ อันนนาถสูตร) |
|
๓. วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดี มีธรรมอันสดับแล้ว พิจารณาเห็นอยู่ ความไม่เบียดเบียน คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก ความเป็นผู้มีราคะไปปราศแล้ว คือ ความก้าวล่วงซึ่งกามทั้งหลายเสียได้ เป็นสุขในโลก ความนำซึ่งอัสมิมานะเสียได้ นี้แลเป็นสุขอย่างยิ่ง (๓๘/๑๑๔ มุจจลินทสูตร) |
|
๔. กายของเราเป็นกายเบาหนอ อันปีติและสุขอย่างไพบูลย์ถูกต้องแล้ว ย่อมเลื่อนลอยได้เหมือนนุ่นที่ถูกลมพัดไป ฉะนั้น (๔๑/๔๐๑ ชิตกเถรคาถา) |
|
๕. ความสุข ๑๐ ระดับ ได้แก่ (๑) กามสุข (๒) สุขในปฐมฌาน (๓) สุขในทุติยฌาน (๔) สุขในตติยฌาน (๕) สุขในจตุตถฌาน (๖) สุขในอากาสานัญจายตนฌาน (๗) สุขในวิญญาณัญจายตนฌาน (๘) สุขในอากิญจัญญายตนฌาน (๙) สุขในเนวสัญญายตนฌาน (๑๐) สุขในสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ (๒๘/๓๗๗-๓๘๔ ปัญจกังคสูตร) |
|
๖. กามสุขในโลกและทิพยสุข ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ (ที่จำแนกออก ๑๖ หน) แห่งสุข คือ ความสิ้นตัณหา (๓๘/๑๑๖ ราชสูตร) |
หมวดถัดไป ๓.๑ หมวดตน
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่


