พระพุทธศักดิ์สิทธิ์
พระพุทธศักดิ์สิทธิ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์
นำทางสู่การพ้นทุกข์

๑๕๓. สูกรชาดก ว่าด้วยหมูท้าราชสีห์

ขุททกนิกายภาค ๑
ทุกนิบาต
๑.ทัฬหวรรค
สูกรชาดก
ว่าด้วยหมูท้าราชสีห์

       พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันทรงปรารภพระเถระแก่รูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้

      ในวันหนึ่งเมื่อการฟังธรรมยังเป็นไปอยู่ในตอนกลางคืน เมื่อพระศาสดาประทับยืน ณ แผ่นหินแก้วมณี ใกล้ประตูพระคันธกุฏี ประทานสุคโตวาทแก่หมู่ภิกษุแล้วเสด็จเข้าพระคันธกุฏี พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรถวายบังคมพระศาสดา แล้วได้ไปยังบริเวณของตน พระมหาโมคคัลลานะก็ไปยังบริเวณของตนเหมือนกัน พักอยู่ครู่หนึ่งจึงมาหาพระเถระ แล้วถามปัญหา พระธรรมเสนาบดีได้แก้ปัญหาที่พระมหาโมคคัลลานะถามแล้ว ๆ ได้ทำให้ชัดเจนดุจทำพระจันทร์ให้ปรากฏบนท้องฟ้า แม้บริษัทสี่ก็นั่งฟังธรรมอยู่ ณ ที่นั้น พระเถระแก่รูปหนึ่งคิดว่า หากเราจะเย้าพระสารีบุตร ถามปัญหาในท่ามกลางบริษัทนี้ บริษัทนี้รู้ว่า ภิกษุนี้เป็นพหูสูต ก็จักทำการสักการะและยกย่อง จึงลุกขึ้นระหว่างบริษัทเข้าไปหาพระเถระยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง แล้วกล่าวว่า ดูก่อนอาวุโสสารีบุตร ข้าพเจ้าจักถามปัญหาข้อหนึ่งกะท่าน ขอจงให้โอกาสแก่เราบ้าง ขอท่านจงให้การวินิจฉัยแก่ข้าพเจ้า โดยอ้อมก็ตาม โดยตรงก็ตาม ในการติเตียนก็ตาม ในการยกย่องก็ตาม ในการวิเศษก็ตาม ในการไม่วิเศษก็ตาม พระเถระแลดูพระแก่นั้นแล้วคิดว่า หลวงตานี่ตั้งอยู่ในความริษยา โง่ ไม่รู้อะไรเลย จึงไม่พูดกับพระแก่นั้น วางพัดวีชนี ลงจากอาสนะเข้าไปยังบริเวณ แม้พระมหาโมคคัลลานเถระก็ได้เข้าไปยังบริเวณของตนเหมือนกันพวกมนุษย์พากันลุกขึ้นประกาศว่า พวกท่านจงจับพระแก่ใจร้ายนี้ ไม่ให้พวกเราได้ฟังธรรมอันไพเราะ แล้วก็พากันติดตามไป พระเถระนั้นหนีไปตกในวัจจกุฏีเต็มด้วยคูถซึ่งมีไม้เลียงหักพังท้ายวิหาร ลุกขึ้นมาทั้งที่เปื้อนคูถ พวกมนุษย์เห็นดังนั้นพากันรังเกียจ แล้วได้ไปเฝ้าพระศาสดา

      พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นมนุษย์เหล่านั้น จึงตรัสถามว่า อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย พวกท่านมาทำไมนอกเวลา พวกมนุษย์พากันกราบทูลเนื้อความให้ทรงทราบ พระศาสดาตรัสว่า อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ภิกษุแก่นี้ผยอง ไม่รู้กำลังของตน ทำทัดเทียมกับผู้มีกำลังมาก แล้วก็เปื้อนคูถ มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนภิกษุแก่นี้ก็เคยผยองไม่รู้กำลังของตนทำทัดเทียมกับผู้มีกำลังมากแล้วก็เปื้อนคูถ เมื่ออุบาสกอุบาสิกาทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าดังนี้

      ครั้งอดีต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นราชสีห์อาศัยอยู่ในถ้ำภูเขาใกล้หิมวัตประเทศ ในที่ไม่ไกลภูเขานั้นมีสุกรเป็นอันมากอาศัยสระแห่งหนึ่งอยู่ พระดาบสทั้งหลายก็อาศัยสระนั้นอยู่บนบรรณศาลา อยู่มาวันหนึ่งราชสีห์ฆ่าสัตว์มีกระบือและช้างเป็นต้น เคี้ยวกินเนื้อจนเพียงพอแล้ว ลงไปยังสระนั้นดื่มน้ำแล้วขึ้นมา ขณะนั้นสุกรอ้วนตัวหนึ่งเที่ยวหาอาหารอยู่แถวสระนั้น ราชสีห์เห็นสุกรอ้วนตัวนั้น จึงคิดว่า สักวันหนึ่งเราจักกินเจ้าสุกรตัวนี้ แต่มันเห็นเราเข้าจะไม่มาอีก เพราะราชสีห์กลัวมันจะไม่กลับมา จึงขึ้นจากสระหลบไปเสียข้างหนึ่ง สุกรเห็นราชสีห์หลบไปก็คิดว่า ราชสีห์นี้พอเห็นเราเข้าก็ไม่อาจจะเข้าใกล้เพราะกลัวเรา จึงหนีไปเพราะความกลัว วันนี้เราควรจะต้องต่อสู้กับราชสีห์นี้ แล้วชูหัวร้องเรียกราชสีห์ให้มาต่อสู้กัน กล่าวคาถาแรกว่า :

ดูก่อนสหาย เราก็มี ๔ เท้า แม้ท่านก็มี๔ เท้า

จงกลับมาสู้กันก่อนเถิดสหาย

ท่านกลัวหรือจึงหนีไป

      ราชสีห์ได้ฟังคำท้าของสุกรนั้นจึงกล่าวว่า ดูก่อนสหายสุกร วันนี้เราไม่สู้กับท่าน แต่จากนี้ไป ๗ วัน จงมาสู้กันในที่นี้แหละ แล้วก็หลีกไป สุกรรื่นเริงเบิกบานใจว่า เราจักได้สู้กับราชสีห์ จึงเล่าเรื่องนั้นให้พวกญาติฟัง พวกญาติสุกรฟังแล้วพากันตกใจกลัวพูดขึ้นว่า เจ้าจะพาพวกเราทั้งหมดไปถึงความฉิบหายกันคราวนี้แหละ เจ้าไม่รู้จักกำลังของตัวจะหวังสู้กับราชสีห์ ราชสีห์จักมาทำให้เราทั้งหมดถึงแก่ความตาย เจ้าอย่าทำกรรมอุกอาจนักเลย

      สุกรสะดุ้งตกใจกลัวถามว่า คราวนี้เราจะทำอย่างไรดีเล่า พวกสุกรต่างพากันพูดว่า นี่แนะสหาย เจ้าจงไปในที่ถ่ายอุจจาระของพวกดาบสเหล่านี้ แล้วเกลือกตัวเข้าที่คูถเหม็น รอให้ตัวแห้งสัก ๗ วัน ถึงวันที่ ๗ จงเกลือกตัวให้ชุ่มด้วยน้ำค้าง แล้วไปให้ถึงก่อนที่ราชสีห์จะมา จงสังเกตทางลม แล้วยืนอยู่เหนือลม ราชสีห์เป็นสัตว์สะอาดได้กลิ่นตัวเพื่อนแล้ว จักให้เพื่อนชนะแล้วกลับไป สุกรอ้วนได้ทำตามนั้น ในวันที่ ๗ ได้ไปยืนอยู่ ณ ที่นั้น ราชสีห์ได้กลิ่นตัวมันเข้าก็รู้ว่าตัวเปื้อนคูถจึงกล่าวว่า ดูก่อนเพื่อนสุกร ท่านคิดชั้นเชิงดีมาก หากท่านไม่เปื้อนคูถ เราจักฆ่าท่านเสียตรงนี้แหละ แต่บัดนี้เราไม่อาจกัดตัวท่านด้วยปาก เหยียบตัวท่านด้วยเท้าได้ เราให้ท่านชนะแล้วจึงกล่าวคาถาที่สองว่า :

ดูก่อนสุกร เจ้าเป็นสัตว์สกปรก มีขนเหม็นเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป

ดูก่อนสหาย หากท่านประสงค์จะสู้กับเรา เราก็จะให้ชัยชนะแก่ท่าน

      ราชสีห์ครั้นกล่าวว่าเราแพ้แล้ว เจ้าไปเสียเถิดดังนี้ แล้วก็กลับจากที่นั้นเที่ยวแสวงหาอาหาร ดื่มน้ำในสระ เสร็จแล้วก็กลับเข้าถ้ำภูเขาตามเดิม แม้สุกรก็บอกแก่พวกญาติว่า เราชนะราชสีห์แล้ว พวกสุกรเหล่านั้น พากันตกใจกลัวว่าราชสีห์จะกลับมาสักวันหนึ่งอีก จักฆ่าพวกเราตายหมด จึงพากันหนีไปอยู่ที่อื่

      พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงประชุมชาดกว่า

      สุกรในครั้งนั้นได้เป็นภิกษุแก่ในครั้งนี้

      ส่วนราชสีห์ได้เป็นเราตถาคตนี้แล

จบ สูกรชาดก

อรรถกถาชาดกพระเจ้า 547 พระชาติ