พระพุทธศักดิ์สิทธิ์
พระพุทธศักดิ์สิทธิ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์
นำทางสู่การพ้นทุกข์

๑๔๕. ราธชาดก ว่าด้วยพูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลา

ขุททกนิกายภาค ๑
เอกนิบาต
๑๕. กกัณฏกวรรค
ราธชาดก
ว่าด้วยพูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลา

      พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการเล้าโลมของภรรยาเก่า ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.

      เรื่องปัจจุบัน จักมีแจ้งในอินทริยชาดก (ข้อที่แปลกคือ :) ก็ พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุนั้นมาตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่า มาตุคาม เป็นผู้อันใครรักษาไม่ได้ แม้จะระมัดระวังแข็งแรง ก็ไม่สามารถจะรักษาไว้ได้ ดูก่อนภิกษุ ในครั้งก่อน ถึงเธอก็ตั้งการป้องกันคอยรักษามาตุคามอยู่ แต่ไม่อาจรักษาไว้ได้เลย บัดนี้เธอจะรักษาไว้ได้อย่างไรกัน" แล้วทรงนำเรื่องราวในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :

      ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดนกแขกเต้า พราหมณ์ผู้หนึ่งในแคว้นกาสี เลี้ยงพระโพธิสัตว์และน้องชายไว้ ในฐานะเป็นลูก ในนกทั้งสองนั้น พระโพธิสัตว์ได้นามว่า โปฏฐปาทะ น้องชายได้นามว่า ราธะ แต่ภรรยาของพราหมณ์เป็นหญิงไม่มีมรรยาท ทุศีล เมื่อพราหมณ์จะออกเดินทางไปค้าขาย ก็สั่งเสียนกทั้งสองพี่น้องไว้ว่า "ดูก่อนพ่อทั้งสอง ถ้าพราหมณีแม่ของเจ้า จะประพฤติไม่ดีไม่งามละก้อ เจ้าคอยห้ามเขานะ" นกพระโพธิสัตว์กล่าว "ครับคุณพ่อ ถ้าสามารถห้ามได้ผมก็จักห้าม ถ้าห้ามไม่ได้ ก็ต้องนิ่ง" พราหมณ์มอบนางพราหมณีแก่นกแขกเต้าทั้งสองอย่างนี้แล้ว ก็เดินทางไปค้าขาย

      ตั้งแต่วันที่พราหมณ์จากไป นางพราหมณีก็เริ่มประพฤตินอกใจ ทั้งคนที่เข้าไปและคนที่ออกมาหาประมาณมิได้ นกราธะเห็นกิริยาของนางก็กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า "พี่ครับ คุณพ่อของเราสั่งไว้ก่อนไปว่า ถ้าแม่ของเจ้าทั้งสองประพฤติไม่ดีไม่งามละก็ เจ้าคอยห้ามนะ ดังนี้ แล้วจึงไป บัดนี้เล่า นางกำลังจะประพฤติไม่ดีไม่งาม เราช่วยกันห้ามนางเถิด" พระโพธิสัตว์กล่าวเตือนว่า "น้องรัก เจ้าพูด ด้วยความโง่ เพราะความไม่ฉลาดเฉลียวของตนแท้ ๆ ขึ้นชื่อว่า มาตุคาม แม้บุคคลจะคอยอุ้มไว้พาไป ก็ยังไม่อาจรักษาไว้ได้เลย ไม่สมควรที่เราจะทำสิ่งที่ไม่สามารถจะกระทำได้" แล้วกล่าว คาถานี้ ความว่า :

"ราธะเอ๋ย เจ้าไม่รู้จักคนทั้งหลายที่ยัง

ไม่มา ในเวลาครึ่งคืนข้างหน้า เจ้าพูดเพ้อเจ้อ

ไปอย่างโง่ ๆ ในเมื่อแม่โกสิยานี หมดความรัก

ในบิดาของเราเสียแล้ว" ดังนี้.

อธิบายความว่า

      "พ่อราธะเอ๋ย เจ้าไม่รู้อะไร ในครึ่งคืนข้างหน้า คือในยามแรกเท่านั้น คนที่ยังไม่มามีถึงเท่านี้ บัดนี้ ใครเล่าจะรู้ว่า คนอีกเท่าไรจักพากันมา."

      "เจ้าอย่าพูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลา"

      พราหมณีโกสิยายนี มารดาของเรา ไม่มีความรักในบิดาของเราเสียแล้ว ถ้าแกยังมีความเยื่อใย หรือความรักในคุณพ่อ ก็ไม่น่าจะประพฤติไม่ดี ไม่งามอย่างนี้เลย

      ครั้นพระโพธิสัตว์ประกาศอย่างนี้แล้ว ไม่ยอมให้นกราธะผู้น้องชาย พูดกะนางพราหมณี นางก็ประพฤติชั่วได้ตามใจชอบ ตราบเท่าเวลาที่พราหมณ์ยังไม่กลับมา ครั้นเมื่อพราหมณ์กลับมาแล้ว ถามนกโปฏฐปาทะว่า "พ่อคุณ แม่ของเจ้าทั้งสองเป็นอย่างไร" พระโพธิสัตว์บอกเรื่องตามเป็นจริงทั้งหมดแก่พราหมณ์ แล้วกล่าวว่า "คุณพ่อครับ หญิงประพฤติชั่วอย่างนี้ คุณพ่อเลี้ยงไว้ทำไม" แล้วกล่าวต่อไปว่า "คุณพ่อครับ นับแต่เวลาที่กระผม ทั้งสองกล่าวโทษของคุณแม่แล้ว ก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้" กราบเท้าพราหมณ์ แล้วก็บินเข้าป่าไป.

      พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสประกาศสัจจะ เมื่อจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสัน ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วทรงประชุมชาดกว่า 

      พราหมณ์และพราหมณีในครั้งนั้น ได้มาเป็นคนทั้งคู่นี้แหละ

      นกราธะได้มาเป็นอานนท์

      ส่วนนกโปฏฐปาทะ ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ ราธชาดก

อรรถกถาชาดกพระเจ้า 547 พระชาติ